แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
เสริมสวย สุขภาพ / TEINT MIRACLE FOUNDATION รองพื้นบางเบาจาก lancome
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:35:06 PM »


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านรีวิวของเราอยู่ตลอด รีวิวนี้นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้(แฮร่.........) แบบว่ารีวิวไปเรื่อยเปื่อยจริง ๆ เลยจำไม่ได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ แต่จะเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ช่างเหอะ ก็เพราะว่ามันไม่ได้สำคัญอะไร เรามาดูสิ่งที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ดีกว่าว่าคืออะไร

ไอเทมเด็ดที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นก็คือ TEINT MIRACLE FOUNDATION รองพื้นบางเบา ที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา เป็นตัวล่าสุดจาก lancome ที่ทางแบรนด์นั่นเคลมมาว่าให้ความชุ่มชื้นขั้นสุด ให้ผิวผ่องโกลว์ สวยแบบธรรมชาติ เนื้อสัมผัสของรองพื้นที่บางเบาสุด ๆ แต่กลับให้การปกปิดที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้ผิวของคุณโกลว์สวย แลดูสุขภาพดี ดุจผิวธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์รองพื้นสูตรฟลูอิดที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้หญิงชาวเอเชียโดยเฉพาะ

ที่จริงแล้วเราใช้ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้หมดไป 2 ขวดแล้ว พูดตรง ๆ เลยว่าตอนหาซื้อมาใช้ครั้งแรกนั้นไม่คิดว่า รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้  จะทำได้ดีเช่นนี้  ตอนนี้ที่มาเขียนรีวิวนี้ นับเป็นขวดที่ 3 ที่เราเลือกซื้อมาใช้ เหตุผลหลัก ๆ เลยที่ประทับใจมาก ก็เพราะเป็นรองพื้นที่ปกปิดได้เนียนสนิทมากโดยที่ไม่ได้รู้สึกหนา หรือรู้สึกหนักหน้าแต่อย่างใด ส่วนตัวแล้วเราใช้เบอร์ BO-02  ซึ่งเป็นโทนที่ใกล้เคียงกับสีผิวเรามากที่สุด จากรองพื้นมากกว่า 5 แบรนด์ที่เรามีอยู่ อันเดอร์โทนของรองพื้นมีความเหลืองอยู่ในเม็ดสีที่กำลังพอดี นอกจากสีของรองพื้นที่พอดีกับสีผิวของเราแล้ว รองพื้นตัวนี้ ยังช่วยทำให้ผิวของเรานั้นดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วย  ด้วยเนื้อที่บางเบาของรองพื้นสามารถกลืนไปกับผิวเราและเซ็ทตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เหลือความเหนอะหนะอยู่บนผิวหน้าเลยแม้แต่น้อย พูดเลยว่าเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเรามาก ๆ เลยค่ะ ปกติแล้วเราเป็นคนผิวผสม ค่อนข้างไปทางมันนิดหน่อย ถ้าอากาศเริ่มร้อน ความเยิ้มจะเริ่มมาจากที่จมูกเป็นอันดับแรกเลย ก่อนจะไหลและย้อยไปที่อื่น ๆ แต่พอได้ใช้ รองพื้นบางเบา จาก lancome ตัวนี้ เอาอยู่หมัดเลย บอกเลยว่าโอเคมาก ๆ เลย แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีผิวหน้ามันมาก แนะนำให้ใช้ รองพื้นบางเบา ตัวนี้คู่กับแป้งควบคุมความมันด้วย จะช่วยได้เยอะเลย เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา รองพื้นบางเบา ในราคาแบบสบายกระเป๋า เราขอแนะนำ รองพื้น TEINT MIRACLE FOUNDATION ตัวนี้เลย สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ Website : https://www.lancome.co.th/th/lc-teint-miracle-foundation.html
หรือเข้าไปเลือกซื้อสินค้าอื่น ๆ จากแบรนด์ lancome ได้ที่ https://www.lancome.co.th

2


แป้งแต่งหน้านั้นมีกี่ชนิด และมีความแตกต่างกันยังไง เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามีเพื่อน ๆ หลายท่านคงไม่รู้และต้องการอยากหาคำตอบ บอกเลยว่าเพื่อน ๆ เข้ามาถูกที่แล้ว ครั้งนี้เราจะมาพรรณนาให้ฟังว่า แป้งแต่งหน้านั้นแบ่งออกเป็นกี่ชนิด และแต่ละชนิดนั้นผลิตขึ้นมาเพื่อการใด เหมาะกับการใช้งานกับเราอย่างไรบ้าง
แป้งสำหรับการแต่งหน้านั้นแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้
Loosen Powder หรือที่คนทั่วไปนั้นเรียกว่า แป้งฝุ่น หรือางคนอาจจะเรียกแบบยาว ๆ ว่า แป้งแต่งหน้าแบบฝุ่น มีความสามารถในการดูดซับความมันบนใบหน้าของเราได้อย่างดี ช่วยทำให้ผิวหน้าดูเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่เหมาะกับการปกปิดริ้วรอยต่าง ๆ หากต้องการใช้เพื่อการปกปิดริ้วรอยตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสนอแนะว่าให้ใช้คู่กับรองพื้นแบบครีมบีบีหรือเนื้อฟูลอิดเป็นต้น แต่ด้วยความที่เนื้อของแป้งชนิดนี้เป็นฝุ่น จึงทำให้เนื้อแป้งนั้นติดไม่ทน จึงทำให้สาว ๆ ที่เลือกใช้แป้งฝุ่นนั้นต้องตบแป้งเติมหน้าซับมันกันบ่อยกว่าการใช้แป้งชนิดอื่น สำหรับจุดเด่นของแป้งฝุ่นเลยก็คือ เนื้อที่บางเบาทำให้และดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทาแป้งชนิดอื่น

Pressed powder แป้งชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งกับสาว ๆ ที่มีปัญหาต้องการปกปิดริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวแป้งนั้นมาในรูปแบบตลับอัดแข็ง โดยการนำเอาแป้ง Loose Powder และ Translucent Powder มาเติมสารเพิ่มการยึดเกาะและนำไปอัดจนแข็งใส่ในตลับ ทำให้สะดวกในการพกพาไปใช้ได้ตลอดวัน บางท่านเรียกแป้งชนิดนี้ว่าแป้ง Two Way ช่วยปกปิดจุดด่างดำบนใบหน้าได้เรียบเนียนกว่าการใช้แป้ง Loosen Powder เพียงอย่างเดียว และที่สำคัญคือไม่ต้องทารองพื้นแบบครีมให้ยุ่งยากเสียเวลา

Translucent Powder หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ แป้งฝุ่นใส ซึ่งนั่นก็คือ Translucent Powder นี่แหละ ส่วนคุณสมบัติของแป้งชนิดนี้ก็ตามชื่อเลย คือเน้นเรื่องความนวลเนียนของใบหน้าเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความสามารถในการช่วยช่วยปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำต่าง ๆ ได้เลย Translucent Powder  จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่ผิวหน้าปราศจากปัญหาและริ้วรอยต่าง ๆ หรือสำหรับน้อง ๆ วัยทีนเอจที่ต้องการอวดผิวหน้ากระจ่างใสแบบเป็นธรรมชาตินั่นเอง

หวังว่าทุก ๆ ท่านที่อ่านเนื้อหานี้จบ จะเข้าใจและเลือกซื้อแป้งแต่งหน้ามาใช้ได้เหมาะกับตัวเอง เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของสาว ๆ สิ่งสำคัญอีกสิ่งก็คือ อย่าลืมเลือกเฉดสีให้เข้ากับสภาพผิวหน้าของเราด้วยนะคะ เพราะว่าจะช่วยให้ผิวหน้าของทุกท่านนั้นสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา ไม่หนักหน้า สำหรับคุณๆที่กำลังมองหาแป้งฝุ่นแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้แบบไหนดี เชิญทุกท่านลองแวะเข้าไปดูที่ลิงก์ด้านล่างกันได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/make-up/face/loose-powder.html
https://www.lancome.co.th

3


บลัชออน ( Blush on )นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สาว ๆ ส่วนมากพกติดตัวติดกระเป๋าเครื่องสำอางอย่างแน่นอน เนื่องด้วย บลัชออน ( Blush on )นั้นเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะช่วยทำให้สาว ๆ ได้ลุคสวย ๆ อย่างง่าย ๆ ช่วยให้พวงแก้มของสาว ๆ นั้นดูสวยแลดูสุขภาพดีมีสีสันสวยเปร่งปรั่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับสาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดแต่งหน้าแต่งตากันนั้น อาจจะยังไม่รู้จักมักคุ้นกับไอเทมเด็ดตัวนี้กันสักเท่าไหร่ ในวันนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ที่เป็นน้องใหม่ไปทำความรู้จักกับบิวตี้ไอเทมที่มีชื่อว่า บลัชออน ( Blush on )กันอย่างละเอียด

บลัชออน ( Blush on ) นั้นคือเครื่องสำอางที่เอาไว้ปัดบริเวณแก้มที่จะให้เฉดสีออกไปทางสีชมพูหรือแดงระเรื่อ เพื่อให้ผิวหน้าแลดูสุขภาพดี มีชีวิตชีวา ซึ่งแท้จริงแล้วในวงการเครื่องสำอางนั้นจะเรียกเจ้าไอเทมนี้ว่าบลัชเชอร์ Blusher ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษคำว่า Blush ที่มีความหมายว่า เขินอายจนหน้าแดง แต่ถ้าตามประสาคนไทยที่นิยมเรียกกันนั่นก็คือ บลัชออน นั่นเอง บลัชออน ( Blush on ) นั้นได้จากการนำผงสีมาผสมกับผงแป้งและกรดไขมันจากธรรมชาติ ที่ได้มาจากสัตว์หรือพืชที่จะช่วยให้เนื้อของบลัชออน ( Blush on ) นั้นมีความเนียนและนุ่ม เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวก

ในปัจจุบัน บลัชออน ( Blush on ) ที่วางจำหน่ายกันนั้นสามารถแบ่งประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท ซึ่งได้แก่
1. บลัชออนแบบฝุ่น เป็นบลัชออนประเภทที่ตัวเนื้อมีสัมผัสที่แห้ง เหมาะกับสาว ๆ ที่มีผิวหน้ามัน เพราะจะช่วยดักไขมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี
2. บลัชออนแบบครีม ด้วยความที่เนื้อของบลัชออนนั้นเป็นเจลกึ่งเหลว จึงเหมาะมากกับสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง แต่จะให้ดีสาว ๆ ที่ผิวแห้งควรเลือกซื้อบลัชออนสูตรที่มีส่วนผสมสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วยจะดีที่สุด
3. บลัชออนแบบน้ำ เนื้อของบลัชออนในแบบนี้จะเป็นแบบเหลว ฉะนั้นควรใช้หลังจากทารองพื้นเรียบร้อยแล้ว บลัชออนประเภทนี้นั้นเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวแห้งที่ชื่นชอบลุคผิวโกลว์หรือชอบหน้าฉ่ำ ๆ สไตล์เกาหลี ที่ไม่เน้นการลงแป้งฝุ่น แต่ก็มีข้อควรระวังหน่อยเดียวสำหรับการใช้ก็คือต้องเกลี่ยให้ดี เพราะว่าถ้าเกลี่ยไม่ดีจะทำให้ผิวหน้าดูด่างเป็นจ้ำ ๆ หมดสวยกันได้เลยนะ
จบท้ายด้วยการเลือกเฉดสีบลัชออน กันสักนิด
ผิวสีขาว ควรเลือกใช้โทนสีเบา ๆ เช่น สีชมพูอ่อน สีชมพูพีช พวกเฉด light coral จะทำให้ได้ลุคที่ไม่ดูแดงมากจนเกินไป ใช้แล้วจะได้ผิวสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ผิวสีแทน ควรเลือกใช้โทนสีชมพูกับส้มเช่นเดียวกับสาวผิวขาว แต่ให้เลือกใช้สีที่เข้มขึ้นอีกหนึ่งเฉด เช่นสีชมพูบานเย็น อย่างเฉด Mauve
ผิวสีเข้ม ควรเลือกใช้โทนสีสว่างสดใส อย่างเช่นสีแดงเลือดนก สีส้มอิฐ เพื่อช่วยขับผิวของคุณ ๆให้ดูเปล่งประกาย สดใส และแลดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น
ถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่ามือใหม่ทั้งหลายที่ได้อ่านมาตั้งแต่ต้น คงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ไม่น้อยเลยทีเดียวและคง สามารถไปเลือกซื้อบลัชออนให้ตรงกับตัวเองได้มากที่สุด
สนใจสินค้าเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Website
https://www.lancome.co.th/th/make-up/face/blushes-and-bronzers.html
https://www.lancome.co.th

4
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

5
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

6
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

7
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

8


ถ้าจะให้พูดถึง ลิปสติก แบรนด์สุดหรูที่บรรดาสาวๆ จะต้องมีพกติดไว้ในกระเป๋าเครื่องสำอาง ก็คงจะหนีไม่พ้น lipstick จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เป็นแน่นแท้ ด้วยเหตุผลหลายประการที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ต่างก็เทใจให้กับ  lipstick จากแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้    บอกเลยว่าเพียงแค่แรกเห็นก็หลงเสน่ห์แล้ว packaging ก็สวยหรู ดูไฮโซ มีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างเยอะมากเลย สิ่งสำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ หยิบมาเติมปากตอนไหนก็ดูไฮโซเอามาก ๆ  สาว ๆ คนไหนใช้อยู่แล้วก็ผ่านไปค่ะ แต่สำหรับคนไหนที่ยังไม่เคยใช้ก็ขอเรียนเชิญตามเข้ามาเลยค่ะ มาทำความรู้จักกับ ลิปสติก จากแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้  กัน สีไหนสวย สีไหนปัง รุ่นไหนเด็ด รุ่นไหนดัง เดี๋ยวได้รู้กัน

1.TATOUAGE COUTURE ลิปสติกเนื้อแมทท์ ชนิดลิควิดสูตรใหม่ล่าสุด เนื้อสัมผัสเรียบ แห้งเร็ว ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งตึง ไม่เป็นคราบ เนื้อสีติดชัด ติดทนนาน ที่มาพร้อมกับแปรงทาปากดีไซน์ใหม่ ดีไซน์มาเพื่อให้สาว ๆ สามารถควบคุมการแต่งแต้มริมฝีปากได้อย่างแม่นยำ มีสีสันฉูดฉาดให้คุณ ๆ ได้เลือกใช้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากถึง 18 เฉดสีกันเลยทีเดียว ข้อดีที่สุดของตัวนี้อยู่ที่มันแมทท์ แบบไม่แห้ง ไม่ตกร่อง ไม่ดูหนา ดูแมทท์แบบธรรมชาติมาก ๆ

2.ROUGE PUR COUTURE THE MATS สัมผัสแรกที่รู้สึกเมื่อได้ใช้ตอนแรกอาจจะรู้สึกว่าไม่แมทท์ แต่พอทิ้งไว้ครู่หนึ่งเนื้อลิปสติกจะแห้งแมทท์เป็นเนื้อเดียวกับปากของเรา เป็น lipstick  เนื้อแมทท์อีกรุ่นที่อยากนำเสนอให้ทุกคน ได้ลองใช้กันดู สัมผัสเนียน เนื้อลิปบางเบาแต่กลับสามารถให้สีชัดเจน ทำให้ไม่รู้สึกหนาหรือหนักที่ริมฝีปาก ในส่วนของเนื้อสีนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ๆ ปาดทีเดียว เนื้อสีติดชัดเจน ทาง่าย ลื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นลิปสติกเนื้อแมทท์แต่ก็ยังรู้สึกชุ่มชื่น สาว ๆ ที่ปากแห้งก็สามารถใช้ได้นะคะ แนะนำเลย

3.VERNIS À LÈVRES VINYL CREAM เป็นลิปสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษเม็ดสีชัดแน่น แต่ติดทนนานถึง 10 ชั่วโมง สัมผัสบางเบา เงางาม ติดทนนาน  ไม่เหนียว บอกเลยว่า ลิปสติกรุ่นนี้ได้รวมเอาทุกคุณสมบัติที่เด่น ๆ ของลิปสติกในหลาย ๆ รุ่นมาอยู่ในแท่งเดียว แปรงที่ทาง YSL ให้มานั้นเป็นทรง DIMOND ซึ่งเหมาะกับลิปสติกเนื้อครีมมาก ๆ เลย สามารถดึงเนื้อลิปสติกออกมาได้ในปริมาณที่พอเหมาะพอควร และยังเกลี่ยได้ง่ายอย่างที่ใจต้องการอีกด้วย

สำหรับในคราวนี้ขอเสนอลิปสติกจากแบรนด์ Yves Saint Laurent Beauté  เพียงแค่ 3 ตัวเด่น ๆ ก่อน คราวหน้าจะหาโอกาสมาแนะนำ ลิปสติกน่าใช้จากแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้  ซึ่งบอกเลยว่ายังมีอีกหลายตัวมาก ๆ เลย อย่าลืมติดตามกันต่อด้วยนะคะ สำหรับท่านไหนที่ต้องการสั่งซื้อ ลิปสติก หรือเข้าไปดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติม กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์นะคะ
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/lips.html

9
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

11
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

12
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

13
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

14
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

หน้า: [1] 2 3 ... 5