แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 28
1
การควบคุมเสียงสำหรับอาคาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน ของแต่ละพื้นที่ใช้สอยในอาคาร โดยเสียงที่มีผลกระทบต่ออาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเสียงจากภายนอกอาคาร (External Noises) และเสียงจากภายในอาคา(Internal Noises)การป้องกันเสียงจากภายนอก สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1) ควบคุมด้วยระยะทาง ทุกระยะห่างจากต้นกำเนิดเสียง ความดังของเสียงจะลดลง อาทิ หากที่ดินของบ้านอยู่ติดถนนหรือบริเวณที่มีเสียงรบกวน อาจจะต้องวางตำแหน่งอาคารให้ไกลออกจากถนนให้มากเท่าที่จะทำได้
2)หลีกเลี่ยงบริเวณที่เสียงกระทบโดยตรง อาทิ การทำแผงหรือผนังกันเสียง ซึ่งอาจเป็นผนัง แนวรั้ว แนวต้นไม้ ที่จะช่วยกั้นเสียงและลดความเข้มของ เสียงโดยตรงก่อนที่จะที่จะถึงอาคาร
3) การวางผังอาคาร โดยให้พื้นที่ใช้สอยส่วนที่ไม่ต้องการความเงียบมากเป็นตัวป้องกันเสียง หรือกำหนดตำแหน่งช่องเปิดของอาคารหลีกเลี่ยงแนวทางของเสียง
4) การเลือกใช้วัสดุกันเสียงให้กับกรอบอาคาร
อาทิ การบุฉนวนใยแก้วให้กับผนังกรอบอาคาร การเลือกใช้กระจกสองชั้น หรือการใส่ฉนวนกันเสียงให้กับส่วนหลังคาอาคาร

ส่วนการป้องกันเสียงจากภายในอาคาร จะแบ่งเสียงภายในออกเป็น 2 ประเภท คือ เสียงโดยตรง(Direct Noise) และเสียงสะท้อน (Reverberant Noise) สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1)ลดเสียงจากแหล่งกำเนิด เสียงโดยตรง สามารถลดได้ด้วยการใช้แผงกั้นระหว่างต้นกำเนิดเสียงกับผู้ฟังเก็บต้นกำเนิดเสียงไว้ในกล่อง /ห้องที่ปิดมิดชิดที่ทำด้วยวัสดุป้องกันเสียง / ห้องที่มีผนังหนาทึบ หรือทำพื้นสองชั้นที่มีความยืดหยุ่นรองรับเครื่องกล เพื่อช่วยลด Structure-borne Sound ส่วนเสียงสะท้อนสามารถลดโดยการใช้วัสดุดูดซึมเสียงที่ผนัง โดยเฉพาะด้านที่ทำให้เกิดเสียงสะท้อนมาก
2) ลดเสียงที่มาตกกระทบ โดยการวัสดุดูดซับเสียง และวัสดุป้องกันเสียง อาทิ การใช้แผ่นฉนวนเยื่อกระดาษบุเสริมตรงผนังด้านที่เป็นทางต้นกำเนิดเสียง หรือบุแผ่นชานอ้อยเพื่อดูดซับเสียงในโรงแสดงมหรสพ
3) การวางผังอาคาร โดยการแยกบริเวณที่มีเสียงดัง ออกจากบริเวณที่ต้องการความเงียบ หรืออาจจะกั้นพื้นที่สองส่วนนี้ด้วยห้องอื่น


ฉนวนกันเสียง การดูดซับเสียง/ควบคุมเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

2
เชื่อไหมว่าเราสามารถลดรายการของใช้ในบ้านที่ต้องซื้อให้น้อยลงได้ทั้ง ๆ ที่มันจำเป็น ด้วยการหันมาทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใช้เอง

แถมยังมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องกังวลใจ ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ รับรองเลยว่าปลอดภัย เพราะมาจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แถมยังได้ผลดีเยี่ยมเทียบเท่าผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาดอีกด้วย อย่าช้า ! รีบไปหาปากกากับกระดาษมาจดกันเลย

1. ผงซักฟอกเพิ่มพลังขจัดคราบ

คงไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อผ้าเลอะคราบซ้ำ ๆ แน่นอน ดังนั้นเจ้าผงซักฟอกเลยกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว แต่ที่วางขายตามท้องตลาดก็มีฤทธิ์แรงชนิดคราบตายเนื้อผ้าก็หายไปด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาผสมผงซักฟอกใช้เองดีกว่า เริ่มจากเทเบกกิ้งโซดา 2 ถ้วยตวงลงในอ่างผสม ตามด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ¼ ถ้วย และกลิ่นหอมสกัดตามใจชอบ จากนั้นใช้ส้อมคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนเนียนไม่มีก้อนเบกกิ้งโซดาหลงเหลืออยู่อีก แล้วนำมาบรรจุใส่ขวดโหลเก็บไว้ใช้

2. ก้อนดับกลิ่นอับในรูท่อน้ำทิ้ง

รู้ไหมว่าท่อน้ำทิ้งแท้จริงไม่ต่างจากถังขยะ เวลาที่เราล้างจานเศษอาหารเน่าเสียก็ต้องไหลผ่านท่อนั้นทุกครั้ง นานวันก็ส่งกลิ่นอับที่ดับยาก ให้นำเบกกิ้งโซดา ¾ ถ้วยมาผสมกับเกลือ ½ ถ้วย น้ำยาล้างจาน ½ ช้อนชา และมะนาวอีก 1 ผล ใช้ส้อมคนส่วนผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี แล้วใช้ช้อนตักขึ้นมาวางบนถาดที่มีกระดาษรองให้เป็นก้อน ตั้งทิ้งไว้ 1 คืน พอแข็งตัวก็เก็บใส่โหล เมื่อได้กลิ่นตุ ๆ จากท่อน้ำให้รีบนำมาวางตรงรูท่อทันที

3. ผงทำความสะอาดพรม

ลงทุนซื้อพรมราคาแพงเพื่อรับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน กลับต้องเพลี่ยงพล้ำเสียท่าให้เชื้อโรคเพราะสิ่งสกปรกทั้งหลาย ถ้าไม่อยากให้เป็นดังนั้น ก็ต้องปั่นส่วนผสมระหว่าง เบกกิ้งโซดา 2 ถ้วย แป้งข้าวโพด ½ ถ้วย ผงเมล็ดข้าวโพดบด ½ ถ้วย ใบกระวาน 4 ใบ กานพลู 1 ก้าน ปั่นให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทใส่ขวดที่มีฝาปิดเป็นรู แล้วนำเขย่าโปรยที่พรมให้ทั่ว เพื่อไล่กลิ่นเหม็นและฆ่าเชื้อไปในตัว

4. แผ่นอบแห้งแทนน้ำยาปรับผ้านุ่ม

หลากหลายยี่ห้อของน้ำยาปรับนุ่ม ที่นำเสนอความหอมนุ่มให้ได้เลือกใช้ แต่ก็ยังไม่โดนใจเราเท่าไร ถ้างั้นลองมาทำแผ่นอบแห้ง หรือน้ำยาปรับนุ่มชนิดแผ่นใช้เองดีกว่า แค่หาผ้าคอตตอนมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดฝ่ามือ แล้วมาผสมน้ำส้มสายชู ½ ถ้วย และกลิ่นน้ำหอมสกัดที่เราชอบ 8 หยด ลงในถ้วยผสม จากนั้นนำผ้าคอตตอนที่ตัดไว้มาชุบน้ำผสมให้ชุ่ม แต่ห้ามแช่ทิ้งไว้เด็ดขาด จากนั้นเก็บใส่ขวดโหลไว้ใช้ในตอนซักผ้า


น้ำยาทำความสะอาด ก้อนดับกลิ่นอับในรูท่อน้ำทิ้ง คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

3
เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบชั้นดีอย่างหนึ่งที่สำคัญในการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด และยำ ก็ล้วนแต่ต้องใช้เนื้อหมูทั้งนั้น

แต่หลายครั้งที่บางท่านนำเนื้อหมูมาประกอบอาหารแล้วเนื้อหมูมีความเหนียวและแข็ง จนทำให้อาหารไม่อร่อยเท่าที่ควร สำหรับอาหารที่อร่อยและมีรสชาติที่ดีนั้น ควรมีเนื้อหมูที่นุ่ม เคี้ยวง่าย และไม่แข็ง เคล็ดลับที่ทำให้เนื้อหมูนุ่มนั้นก็คือการหมักนั่นเองค่ะ ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีที่คุณสามารถทำได้ไม่ยาก และวันนี้เราก็มีสูตรหมักหมูง่ายๆที่คุณก็ทำได้หลายเมนู แถมยังเป็นพื้นฐานที่ทำให้หมูอร่อยและประหยัดอีกด้วยค่ะ

เอาใจคนรักการทำอาหารด้วยสูตรหมักแบบหมูๆๆๆๆๆๆๆ
หมักเนื้อหมูด้วยไข่ไก่และนมสดชนิดจืด
โดยจะใช้เวลาในการหมัก ประมาณ 2 ชม. วิธีนี้จะให้ผลคล้ายๆกัน คือ เนื้อหมูจะนุ่มและดูชุ่มชื้น เหมาะกับการหมักเนื้อหมูส่วนที่ไม่มีไขมัน หรือมีมันน้อย เช่น เนื้อสันใน เวลาหมักจะใส่ซีอิ้วขาวหรือซอสปรุงรสลงไปด้วยก็ได้ เป็นการเพิ่มรสชาติให้หมูอร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงจะทำให้เนื้อหมู มีความนุ่ม และชุ่มชื้น ยิ่งใส่เครื่องเทศลงไป จะยิ่งทำให้รสชาติของเครื่องเทศ เข้าไปอยู่ในเนื้อหมูได้ดี เรียกได้ว่า วิธีนี้ค่อนข้างจะได้รับความนิยมจากผู้ที่ทำหมูปิ้งขายกันมากๆ เพราะนอกจากจะนุ่มแล้ว ยังมีกลิ่นหอมชวนให้ชิมอีกด้วยค่ะ

หมักเนื้อหมูด้วยสับปะรด โซดา ไวน์ และ เบียร์
วัตถุที่กล่าวมานี้มีฤทธิ์เป็นกรด เมื่อนำไปหมักเนื้อหมูจะทำให้โปรตีนในเนื้อเปื่อยยุ่ยและนุ่ม แต่ข้อห้ามคือ อย่าหมักนานจนเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อยุ่ยเละไม่น่าทาน ควรเลือกการหมักด้วยสูตรใดสูตรหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะให้ได้ผลที่คล้ายกัน คือ เนื้อจะอ่อนนุ่มมาก แต่ไม่ชุ่มชื้น เหมาะสำหรับหมักกับเนื้อส่วนที่มีเส้นใยมากๆ และมีมันปนอยู่บ้าง เช่น เนื้อสะโพก จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ15- 30 นาที รับรองว่าหมูนุ่มชัวร์

หมักเนื้อหมูด้วยน้ำมันงา น้ำมันหอย เกลือ พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว
วิธีนี้ก็ทำให้นุ่มน่ากินมากขึ้น ซอสปรุงรสต่างๆ เรียกได้ว่าแม่บ้านหลายๆบ้านก็ยังใช้ซอสปรุงรสในการหมักหมูอยู่ ซอสปรุงรสเหล่านี้จะช่วยให้มีกลิ่นและรสชาติเพิ่มขึ้น และยังทำให้เนื้อหมูของเรานุ่มหวานอร่อยอีกด้วย เมื่อทำการหมักแล้วจากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นยิ่งดี ก่อนที่จะเอาไปประกอบอาหารสัก 15 นาที


อาหารลดน้ำหนัก สูตรหมักหมู ให้อร่อย และไม่อ้วน คลิ๊กที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารลดน้ำหนัก/

4
อื่นๆ / ผับ แหล่งรวมขาแดนซ์แนว EDM
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2018, 06:03:58 PM »
ใครที่รู้สึกเบื่อกับร้านเหล้าแนวนั่งชิล แล้วอยากหาร้านแนวแดนซ์ชวนเพื่อน ๆ ไปออกสเต็ปโชว์ลีลาการเต้นในจังหวะตื๊ด ๆ มึน ๆ อยู่ละก็ ลองมาดู ผับแนว EDM ที่เราคัดมาฝากกันได้เลย รับรองว่าแต่ละที่นั้นสามารถปลุกอารมณ์คึกคักของคุณให้ตื่นจากภวังค์ได้ทันตาเห็นเลยทีเดียว

แหล่งรวมขาแดนซ์แนว EDM ตัว แล้วตกแต่งบริเวณเพดานด้วยหลอดไฟ LED ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Tron จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง ส่วนโซนเวทีของ ดีเจ ก็ยกสเต็ปขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ป เพื่อจะได้มองเห็นดีเจได้ถนัด งานนี้ใครที่อยากออกลีลาแดนซ์ก่อนกลับบ้านก็แวะไปมันส์กันที่นี่ได้เลย อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพที่ถือว่าเป็นย่านของนักท่องเที่ยวและยังมีบรรดาอาหารไทยที่ขายกันตลอดคืนอีกด้วย และจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ปาร์ตี้ นั่นเอง

สำหรับใครที่กำลังเคร่งเครียดกับงาน เศร้ากับความรัก และต้องการหาสถานที่สำหรับระบายอารมณ์กันอยู่ ผับสไตล์แดนซ์ ๆ คงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะเปลี่ยนค่ำคืนแห่งความทุกข์โศก

ให้กลายเป็นความสนุกได้อย่างแน่นอน เพราะด้วยแนวเพลงที่เป็นจังหวะตื๊ด ๆ เหมาะสำหรับการออกสเต็ปความมันส์แบบสุดเหวี่ยงได้อย่างแน่นอน วันนี้กระปุกดอทคอมจึงแวะไปเสาะหาร้านเหล้าแนวแดนซ์เอาไว้เต้นโยกสะบัดมันส์ ๆ มาฝาก พูดถึงขนาดนี้จะมัวรีรอกันอยู่ทำไม ตามไปดูกันเลยดีกว่า

ผับ ฮิต บรรยากาศดีย่านเกษตร-นวมินทร์ ก็อยากให้เพื่อนๆ ออกมาสังสรรค์หลังเลิกงานกัน เพื่อปลดปล่อยความเครียดและการเหนื่อยหล้าจากการทำงาน เลยรวมผับ สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนย่านเกษตร-นวมินทร์ มาฝาก เป็นผับสุดชิคที่มีลูกค้ามาอุุดหนุนความสนุกกันแน่นร้านเกือบทุกวัน อยู่ในโซนเดียวกับร้านนั่งเล่น ทางร้านจะเน้นดนตรีฟังแบบสบายๆ ส่วนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะเน้นเพลงสนุกสนานคึกคัก ทั้งฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ฯลฯ ให้แดนซ์กันแบบกระจาย ที่จัดเต็มทั้งความสนุก และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามไปเที่ยวแล้วก็เมาไม่ขับนะครับ จะได้เที่ยวแบบสนุกและปลอดภัยด้วย


ผับ แหล่งรวมขาแดนซ์แนว EDM คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

5
หลายคนมีปัญหาเรื่องการเลือกซื้ออาหารแมว ไม่รู้ว่าควรเลือกอาหารแบบไหน บางคนตัดสินใจซื้อจากภาพลักษณ์ภายนอกที่น่าใช้ หรืออาจเลือกซื้อเพราะมีการโฆษณาที่ทำให้รู้สึกดีต่อแบรนด์ ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้ออาหารแมวที่ไม่ควรมองข้าม คือ คุณค่าทางโภชนาการอาหารที่แมวจะได้รับในแต่ละช่วงวัย

สำหรับคนเลี้ยงน้องแมวที่กำลังมีปัญหาเรื่องการเลือกซื้ออาหาร ไม่รู้ว่าควรเลือกอาหารแบบไหนให้น้องแมว เพื่อให้เขาได้รับสารอาหารครบถ้วน มีสุขภาพที่ดี ถูกสุขลักษณะ และเป็นประโยชน์กับน้องแมวมากที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆ บางคนอาจเลือกซื้ออาหารโดยดูเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่น่าใช้ หรือแพ็กเกจของสินค้า และอาจเลือกซื้อเพราะการโฆษณาสินค้าที่ทำให้เรารู้สึกดีต่อแบรนด์นั้นๆ โดยมองข้ามรายละเอียดของสินค้า รวมถึงโภชนาการทางอาหารที่น้องแมวจะได้รับอีกด้วย ดังนั้น การเลือกซื้ออาหารแมวจึงมีความสำคัญที่ผู้เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

1. อาหารสด
เป็นอาหารผสมเสร็จ และสามารถหาชื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ราคาจะถูกกว่าอาหารสำเร็จรูปชนิดอื่นเล็กน้อย แต่ข้อเสียของเจ้าอาหารสดนี่ก็คือต้องเก็บไว้ในช่องแช่แข็งตลอดเวลา เพราะเป็นอาหารสด ถ้าไม่แช่แข็งก็จะเสียง่าย แถมเราต้องซื้อบ่อยๆ อีกต่างหาก อาหารสดผสมเสร็จนี้บางชนิดจะมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แต่บางชนิดก็มีสารอาหารไม่ครบ ซึ่งสำหรับอาหารยอดฮิตของน้องแมวก็จะเป็น ปลาทูนึ่ง ไก่ย่าง น้องแมวจะไม่ชอบข้าวที่แฉะเกินไป เพราะจะทำให้ติดฟันและเขี้ยวของเจ้าเหมียวได้ นอกจากนี้ก่อนนำอาหารสดมาให้น้องแมวนั้น ควรผ่านการปรุงให้สุกก่อนนะคะ

2. อาหารสำเร็จรูป
การเลี้ยงเจ้าเหมียวด้วยอาหารสำเร็จรูปเป็นที่นิยมมาก เพราะสะดวกสบาย และไม่ต้องกังวลในเรื่องของปริมาณการให้อาหาร หรือสัดส่วนของสารอาหารที่เจ้าเหมียวจะได้รับในแต่ละช่วงวัย เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปจะมีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน และเหมาะสำหรับน้องแมวในแต่ละช่วงวัย แถมยังสามารถหาซื้อได้ง่าย มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเรื่องอาหารของน้องแมว และอาหารสำเร็จรูปก็จะแบ่งได้ 2 ชนิด คือ แบบเปียก และ แบบเม็ด นั่นเองค่ะ

• อาหารเม็ด
อาหารเม็ดสำหรับเจ้าเหมียวเดี๋ยวนี้ก็มีให้คุณได้เลือกกันหลากหลายยี่ห้อ จะมีการจัดสรรและแบ่งเกรดกันตามคุณภาพของอาหาร แถมยังหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป บางยี่ห้อจะมีราคาปานกลางแต่ก็ไม่ถึงกับแพงมาก ส่วนมากมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ มีส่วนประกอบมาจากเนื้อสัตว์ ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น การบดและอบแห้ง มีคุณค่าของโปรตีน ข้อดีของอาหารเม็ดก็คือ คุณค่าสารอาหารจะครบถ้วนกว่า ข้อเสียคือ หากเจ้าเหมียวของคุณกินอาหารเม็ดเข้าไปในปริมาณมากแล้วมันกินน้ำน้อยเกินไป ก็อาจไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเท่าไรนัก เพราะอาหารเม็ดบางชนิดจะมีโซเดียมผสมอยู่ หากทานอาหารเข้าไปโดยไม่ค่อยทานน้ำตาม (เป็นประจำ) ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เจ้าเหมียวนั้นเป็นโรคไตได้ วิธีแก้ก็คือ เราควรเปลี่ยนน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าเหมียวทานอาหารเสร็จจะได้มีน้ำทานนั่นเองจ้า


เทคนิคเลือกซื้ออาหารให้น้องแมว คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

6
การเลือกช่องทางดูหนังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เลือกรับชมในโรงภาพยนตร์นั้น ต้องการเห็นภาพ แสง สี เสียง แบบเต็มตาเต็มใจ เพื่อเป็นการอุดหนุนหนังที่ได้รับลิขสิทธิ์ที่ถูกต้อง และสนับสนุนคนทำ หนังใหม่ ให้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์หนังดีๆ ต่อไป

สมัยก่อนเวลาจะเลือกดูหนังสักเรื่อง ถ้าหากไม่เดินเข้าโรงภาพยนตร์ ก็คงต้องแวะเข้าร้านเช่า วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดีกลับมาดูที่บ้าน ปัจจุบันเราเลือกดูหนังผ่านอินเทอร์เน็ตในระดับความคมชัดสูงได้แล้ว การดูหนังใหม่ ผ่านเว็บไซต์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่เป็นเรื่องผิดกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้เราได้ดูฟรี ไม่ว่าจะหนังฝรั่งจากฮอลลีวูด จีน เกาหลี รวมถึงหนังไทยที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น หลายคนที่นิยมดูหนังผ่านเว็บเถื่อน ก็เพราะความรวดเร็วในการอัปเดต ไม่ต้องเสียเงิน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคน ว่าแท้จริงแล้วเราควรเลือกดู หนังใหม่ แบบไหนกันแน่

หนังเถื่อน

หลายคนอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ดังนั้น เราจึงขอนำบทความของหนังเถื่อนมาให้อ่านกันก่อนนะคะ สำหรับการดูหนังใหม่ ผ่านทางเว็บไซต์เถื่อน หรือที่เรียกกันว่า “หนังเถื่อน” เป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายเกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิ์ ข้อดีก็คือ

มีหนังใหม่ให้เลือกชมหลากหลาย
ดูได้เรื่อยๆ อัปเดตเร็ว
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และค่าตั๋วหนัง
ดูที่บ้านเมื่อไรก็ได้ มีความเป็นส่วนตัว
หนังที่ถูกอัปโหลดส่วนใหญ่ก็เป็นหนังดีติดท็อปชาร์ตในช่วงที่หนังฉายในโรงภาพยนตร์
อย่างไรก็ตามการดูหนังเถื่อนยังมี ข้อเสีย ด้วยเช่นกัน คือ

ขาดอรรถรสในการรับชมทั้งด้าน แสง สี เสียง ภาพไม่คมชัดเท่ากับการดูในโรงภาพยนตร์
เฟรมหนังขาดหาย มีเงา หรือเสียงคนคุยแทรก
เสี่ยงติดไวรัสจากเว็บหนังเถื่อน

หนังในโรงภาพยนตร์

เมื่อพูดถึงการดูหนังในโรงภาพยนตร์ ปัจจุบันมีมากมายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เช่น ห้างสรรพสินค้ามีโรงภาพยนตร์มากมาย การซื้อตั๋วหนังมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าหน้าเคาน์เตอร์ ตู้อัตโนมัติ หรือซื้อตั๋วออนไลน์ผ่านทางมือถือก็ได้ และได้รับตั๋วหนังทันที ไม่ต้องรอต่อคิวให้เสียเวลา สะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อนมากค่ะ


หนังใหม่ในโรงภาพยนตร์ กับหนังเถื่อนคุณจะดูอะไร คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/ดูหนัง/

7
ฮวงจุ้ย ชักโครก หรือ ห้องน้ำ หากอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี แล้วคุณไม่สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้ ให้แก้เคล็ดด้วยการปิดประตูห้องน้ำไว้เสมอ

“สุขา” หรือ “ห้องน้ำ” ที่ที่ใครต่อใครก็ต่างเข้าไประบายความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์น้อยหรือทุกข์ใหญ่แค่ไหนก็ตาม เคยสังเกตไหมคะว่า ชักโครก บางที่นั่งแล้วรู้สึกสบายเหลือเกิน เข้าไปแล้วนั่งเพลินยากที่จะออกมา นั่นเป็นเพราะว่ามีฮวงจุ้ยที่ดี และส่วนบางห้องเมื่อเข้าแล้วรู้สึกอึดอัดจนต้องรีบออกมา ก็อาจจะเกี่ยวกับจุดที่ตั้งชักโครกไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย จะมีจุดไหนบ้างที่เราไม่ควรตั้งชักโครกและห้องน้ำไว้ ไปดูกันค่ะ

ตำแหน่งที่ไม่ควรตั้ง ชักโครก

ห้ามวางชักโครกในตำแหน่งตรงข้ามกับเส้นทแยงมุม หรือเส้นขอบของห้องน้ำ
ชักโครกต้องไม่หันไปทางทิศเดียวกับประตูบ้าน ซึ่งถือเป็นประตูที่เปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามา และหากชักโครกหันไปทิศเดียวกับประตูบ้าน อาจจะเป็นจุดที่ขัดโชคลาภ ความสำเร็จในชีวิต
อย่าจัดวางชักโครกเผชิญหน้ากับประตูห้องน้ำโดยตรงเด็ดขาด หากมีพื้นที่จำกัด อย่างน้อยก็ควรวางเบี่ยง ให้ชักโครกหลบพ้นประตูสักนิด
ชักโครก

ห้ามวางชักโครกทางทิศเหนือ และหันหน้าชักโครกไปทางทิศใต้ เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่สงบภายในครอบครัวคุณ
สำหรับห้องน้ำในห้องนอน ไม่ควรวางชักโครกหันหน้าตรงกับเตียงนอน
ชักโครกต้องไม่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องน้ำ ควรวางให้ติดกับผนังห้องน้ำที่สุด
ตำแหน่งที่วางชักโครก ไม่ควรให้กระจกในห้องน้ำสะท้อนเห็นชักโครกเด็ดขาด
ชักโครก

ความเชื่อเรื่องการหันชักโครกออกทางประตูหน้าบ้าน

สำหรับความเชื่อเรื่องการหันชักโครกไปทางทิศประตูหน้าบ้านนั้น เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน เพราะสมัยนั้นไม่มีประตูห้องน้ำเหมือนกับปัจจุบันนี้ คือ เมื่อห้องน้ำที่ไม่มีประตูปิดมิดชิดตั้งอยู่ตำแหน่งเดียวกับประตูบ้าน หากใครเดินเข้ามาเห็นเข้าเป็นอันได้ตกอกตกใจดูโจ่งแจ้งไปหมด ย่อมไม่ส่งผลดีแน่นอน แต่ปัจจุบันนี้ห้องน้ำทุกบ้านปิดมิดชิด จึงไม่มีผลต่อฮวงจุ้ย

ตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำ

นอกจากตำแหน่งของชักโครกแล้ว จุดที่ตั้งของห้องน้ำก็สำคัญไม่แพ้กันหรอกค่ะ เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งของธาตุน้ำ ซึ่งมีผลกับบ้าน เนื่องจากห้องน้ำมักจะมีพลังงานด้านลบวนเวียนอยู่เป็นประจำ เราจึงไม่ควรสร้างห้องน้ำไว้ตามจุดเหล่านี้

1.ไม่ควรตั้งบริเวณหน้าบ้าน เพราะนอกจากคนโบราณจะถือว่าส่งผลเสียในเรื่องของลมที่พัดเข้าทางหน้าบ้านแล้ว ยังจะพัดพาเอากลิ่น และความอับชื้นเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งจะไปรบกวนคนในบ้าน


สุขภัณฑ์ ฮวงจุ้ยตำแหน่ง ชักโครก แบบนี้ก็มีหรือ? คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

8
เสริมสวย สุขภาพ / บริการทำความสะอาด
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2018, 12:11:08 PM »
การรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้สะอาด สะดวก และถูกสุขลักษณะ เอสเอ็น มีการพัฒนารูปแบบการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับธุรกิจที่หลาก หลายของลูกค้า เราได้มีการนำเทคโนโลยี / นวัตกรรมใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพ ที่ทันสมัย และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม เข้ามาช่วยในการ ทำงานด้วย เราให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ ความ สามารถ และมีทัศนคติที่ดีในการทำงานเพื่อที่จะส่งมอบบริการต่าง ๆให้กับ ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ
การทำความสะอาดในเขตควบคุมเชื้อ – เพราะการทำความสะอาดทั่วไปนั้น ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการทำความสะอาดแบบควบคุมการติดเชื้อเพื่อสุข อนามัยขั้นสูงที่ได้รับมาตราฐานและสามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้

การทำความสะอาดห้องต่างๆ – เป็นการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย ของร่างกายอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมี ประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม )

การทำความสะอาดห้องน้ำ – เราคัดสรรตั้งแต่การเลือกน้ำยาล้างห้องน้ำ ให้เหมาะกับพื้นผิวเหล่านั้น ขัดล้างและตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

การบริการซัก อบ รีด
เพราะทุกวันนี้อากาศร้อนทำให้เสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่นั้นมีเหงื่อไคล (และฝุ่นละอองจากผ้า)เพิ่มมากยิ่งขึ้น เอสเอ็นจึงมีบริการนี้เพื่อช่วยดูแลเสื้อผ้าของ ลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งเรามีพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดีในการซัก อบ รีด แบบเน้นการถนอม ใส่ใจในทุกเนื้อผ้า ให้มีสีสัน รูปทรงที่สวยงาม กลิ่นหอมและสามารถใช้ได้นานยิ่งขึ้น


บริการทำความสะอาด คลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/soft-services/

9
อาหารคลีน สามารถปรับสมดุลให้กับร่างกาย ขับสารพิษ และยังเป็นอาหารยอดฮิตในหมู่คนที่ลดน้ำหนักอีกด้วย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการกินอาหารคลีนนั้น ยังมีปัจจัยบางประการที่คนเริ่มกินควรรู้

คนรักสุขภาพหลายคนหันมาสนใจในเรื่องการกิน “คลีน” กันมากขึ้น เพราะอาหารคลีนเน้นสารอาหารจากผักผลไม้เป็นส่วนใหญ่ มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือจะเรียกว่าเป็นอาหารลดน้ำหนักเลยก็ได้ค่ะ แต่คุณรู้ไหมคะว่า ข้อสำคัญของคนที่เริ่มกินคลีนอย่างจริงจังนั้น ยังมีปัจจัยหลักหลายอย่างที่ควรรู้ไว้สักนิด เพื่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายของเราอย่างสมบรูณ์ เรามาดูกันค่ะว่าสิ่งสำคัญที่ควรรู้มีอะไรกันบ้าง

1. น้ำตาลเทียม

หลายท่านที่เพิ่งเริ่มทานคลีนอาจคิดว่าการหลีกเลี่ยงรสหวาน หรือไม่ใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบของทุกเมนู แต่เปลี่ยนไปใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลปกติ ซึ่งจริงๆ แล้วเจ้าตัวน้ำตาลเทียมนี้ก็ไม่ได้นับว่าเป็นส่วนที่ทำให้คุณห่างจากความหวานได้เลยนะคะ หากทานเข้าไปทุกวันก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน เราจึงขอแนะนำให้ลดปริมาณน้ำตาลที่เคยใช้ปรุงอาหารลงจากเดิม หรือไม่ก็ใช้ความหวานจากผลไม้มาทดแทนดีกว่าการใช้น้ำตาลเทียมค่ะ

2. เลี่ยงการกินเมนูเดิมๆ

สาเหตุที่เราบอกว่าควรเลี่ยงการทานเมนูเดิมๆ นั่นเพราะว่า บางคนที่ทานแต่อกไก่ หรือสลัดผักเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานๆ โดยที่ไม่เปลี่ยนเมนู หรือลองพลิกแพลงไปทานเมนูอื่นบ้าง จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นรับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ และจะไม่เกิดความหลากหลายของการทานอาหารให้ครบห้าหมู่นั่นเองค่ะ ฉะนั้น การพลิกแพลงเมนู หรือเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย นอกจากจะทำให้เจริญอาหารแล้ว คุณยังจะได้พบกับรสสัมผัสใหม่ที่ไม่น่าเบื่ออีกด้วยล่ะค่ะ

3. อย่าทานแต่ผักผลไม้

สาวๆ บางคนอาจคิดว่าการทานคลีนคือการกินแต่ผักกับผลไม้เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากคุณคิดแบบนั้นมันก็ไม่ผิดเท่าไหร่ค่ะ แต่ร่างกายของคุณจะได้รับสารอาหารที่นำไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอน่ะสิ เพราะร่างกายคนเรายังต้องการสารอาหารที่เป็นโปรตีนเพื่อเป็นพลังงาน ใช้ในการเผาผลาญของร่างกายในแต่ละวัน ซึ่งหากทานแต่ผักผลไม้ที่ให้พลังงานไม่เพียงพอ ก็อาจเป็นลมหรือขาดสารอาหารได้ง่ายๆ ฉะนั้นเราจึงอยากให้ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ในระหว่างมื้อ เช่น ทานอาหารที่มีโปรตีน อย่างน้อยก็จะช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอให้แข็งแรงขึ้น และทำให้สุขภาพของเราดีอีกด้วย


อาหารลดน้ำหนัก 5 ข้อหลักที่คนกิน อาหารคลีน อาจไม่รู้ คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/อาหารลดน้ำหนัก/

10
สาวอายุ 30 อย่างเราๆ ก็ต้องหมั่นดูแลใบหน้ากันตลอดใช่ไหมคะ ไอเท็มคู่ใจที่นอกจากเครื่องสำอางก็คงหนีไม่พ้นกระจกนี่แหละค่ะ ว่างเป็นต้องหยิบมาส่องตรวจเช็คผิวหน้า หาจุดบกพร่องกันสักหน่อย

แหม… เพราะหน้าตาเป็นจุดสำคัญเหมือนกับประตูด่านแรก ให้ใครเห็นใครก็หลงรักหรือเอ็นดู แต่การส่องกระจกบ่อยก็อาจทำให้เพื่อน หรือคนที่อยู่ข้างๆ รำคาญคุณได้แบบไม่รู้ตัว ซึ่งหลายครั้งที่ส่องกระจกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้าเศร้า เพราะมันหย่อนไปหมด ร่องแก้มก็ชัดเจน หากกระจกนี้เป็นกระจกวิเศษที่พูดได้คงพูดไปแล้วว่าเราไม่ใช่หญิงที่งามเลิศในปฐพีนี้ แค่คิดก็เพลียแล้วค่ะแทบวางกระจกไม่ทัน ต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอดีกว่า…

สาวๆ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผิวบริเวณช่วงแก้ม ไล่มาจนถึงคาง โดยเฉพาะคางที่มีชั้นผิวหย่อนคล้อย หรือช่วงใต้คางที่กล้ามเนื้อใหญ่ทำให้ใบหน้าเสียทรง กรอบหน้าไม่ชัดเจน โดยวงการเสริมความงามจึงได้คิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เข้ามาช่วยให้พวกเราๆ สวยเป็นสาวสองพันปีได้อย่าง่ายๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีปรับแต่งรูปหน้ากันเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดยกกระชับผิวหน้า หรือการฉีดสารต่างๆ เข้าไปเติมเต็มพวกริ้วรอยที่ลึกให้ตื้นขึ้น โดยทางเลือกมีเยอะมากส่วนใครอยากจะผ่า ใครจะฉีดก็แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ แต่ดิฉันอยากสวยแบบไม่เจ็บตัวด้วยการทำ HIFU หรือเรียกแบบเต็มๆ กันว่า High Focused Ultra Sound รับรองว่าคุณจะต้องร้องว้าว! กับผลลัพธ์แน่นอน

Hifu คืออะไร?
HIFU เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ผ่านการทดสอบจนกลายเป็นเครื่องมือแพทย์สุดเจ๋ง ซึ่งเครื่องมือนี้จะใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์ในการรักษาในจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น รักษาเนื้องอกและมะเร็งในจุดที่ทำการผ่าตัดรักษาได้ยาก เนื่องจากการรักษานี้ไม่มีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด แถมไม่เจ็บจนต้องโป๊ะอีกด้วย ต่อมาพอวงการความงามได้นำความไฮเทคของเจ้า HIFU ที่มีคลื่นความถี่สูงนำมาส่งสัญญาณกระตุ้นผิวหน้าให้มีการเปลี่ยนแปลงสลายผิวเนื้อเยื่อชั้นในที่ผิดรูปทรง แล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมกับคลอลาเจนที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของชั้นผิว แถมทำให้ผิวลดความหมองคล้ำลง สวยสดใสขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังช่วย ยกกระชับผิว หน้าของเราให้เต่งตึง ไม่ว่าจะเป็นแก้มหย่อนคล้อย หรือเหนียงใต้คอก็ลดหายไป รูปหน้าก็จะเรียวสวยเป๊ะ! เหมือนบินไปดึงหน้ากับหมอที่เกาหลีเลยค่ะ

โดยปกติแล้วผู้ที่เข้ามาใช้บริการ HIFU ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผิวบริเวณช่วงแก้ม ไล่มาจนถึงคาง โดยเฉพาะคางที่มีชั้นผิวหย่อนคล้อย หรือช่วงใต้คางที่กล้ามเนื้อใหญ่ทำให้ใบหน้าเสียทรง กรอบหน้าไม่ชัดเจน ซึ่ง HIFU จะเก็บผิวที่หย่อนๆ ให้กระชับขึ้นจากกรามใหญ่ๆ ก็ทำให้ใบหน้าดูเรียวและเล็กลงค่ะ คล้ายกับการทำโบท๊อกซ์นั่นเองค่ะ

การทำ HIFU ปลอดภัยไหม?
การทำ HIFU เป็นเพียงการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง จึงไม่เสี่ยงเท่าคลื่นแสงอย่างการทำเลเซอร์ นอกจากจะไม่ทำให้ผิวเกิดความเสี่ยงต่อผิวที่อักเสบจากการติดเชื้อแล้ว ยังเหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เทคโนโลยี HIFU นี้ได้รับการรับรองจากอเมริกา ยุโรป เกาหลี จนถึงประเทศไทย ว่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดความหมองคล้ำที่ปลอดภัยไร้กังวล


คลื่นเสียง HIFU สวยใส ให้รูปหน้ากระชับ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

11
สำหรับบทความนี้ คลีนิค จัดฟันบางนา ขอนำเสนอข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวเนื่องกับ การดัดฟัน หรือการจัดฟัน ว่ามีกี่แบบอะไรบ้าง? เพื่อให้ผู้ทำการจัดฟัน หรือดัดฟันจะได้มีความรู้ ในเรื่องดังกล่าว ประกอบกับการตัดสินใจในการเลือกจัดฟัน หรือดัดฟันกันนะคะ

การจัดฟันแบ่งได้กี่ประเภท มีอะไรบ้าง

สำหรับการจัดฟันนั้น เราจะแบ่งเป็นประเภทของการจัดฟันได้ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้คือ

1. จัดฟันชนิดถอดออกได้
สำหรับการจัดฟันแบบถอดออกได้นั้น เครื่องมือตัวนี้ถือว่า สามารถช่วยให้เราถอดออกมาเพื่อมาใช้ ในระหว่างที่มีการจัดฟันได้
ซึ่งรูปแบบของการจัดฟันตรงนี้ จะมีหลักๆ อยู่ด้วยกันสองแบบ คือ เป็นแบบนำไปใช้เพื่อการเคลื่อนของฟัน และแบบที่นำไปใช้เพื่อการเคลื่อนของขากรรไกร
โดยคุณหมอ นิยมใช้การจัดฟันแบบนี้ เฉพาะในกรณีที่มีการปรับตำแหน่ง ฟันบางซี่เท่านั้น
ประโยชน์ของการจัดฟันแบบถอดออกได้ คือ
สามารถถอดออกมา ทำความสะอาดได้ อย่างต่อเนื่อง
ช่วยให้เครื่องมือสามารถติดแน่นได้ มากกว่าเดิม
ส่วนข้อจำกัดของการจัดฟันแบบนี้ คือ มักมีการถอดเข้าออกบ่อยๆ ทำให้การจัดฟันมีปัญหาได้ในอนาคต และส่งผลให้ประสิทธิภาพ ในการจัดฟันนั้นลดลง
จัดฟันมีกี่แบบ

2. จัดฟันชนิดถอดออกไม่ได้
สำหรับการจัดฟันแบบถอดออกไม่ได้ แบบนี้ คุณหมอจะนิยมใช้มาก เพราะจะเป็นการดัดฟันแบบซี่ลวดต่างๆ ให้ฟันทั้งแผงนั้น ยึดติดกันทั้งหมด

โดยมีการใช้ปลอกโลหะ ในการยืดฟันในส่วนของฟันกรามไว้ จากนั้นใช้ลวดร้อยไปตามสายต่างๆ
โดยมีส่วนที่เรียกว่าเป็น แบร็กเก็ต (braces) ซึ่งมีทั้งแบบสีธรรมดา กับแบบเป็นพลาสติกใสไปในตัว
นอกจากนี้ การจัดฟันแบบนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบอีกได้ถึงสองแบบด้วยกัน คือ
จัดฟันมีกี่แบบ

1. เครืองมือจัดฟันด้านนอก
เครื่องมือจัดฟันชนิดนี้จะเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เนื่องจากมองเห็นได้ชัดเจน โดยเครื่องมือจัดฟันชนิดนี้ จะติดอยู่ที่ผิวด้านหน้าของตัวฟัน
หรือด้านลิ้น ไม่สามารถถอดออกได้ แบ่งออกได้เป็น สองประเภทดังต่อไปนี้
แบบที่เป็นสีโลหะ เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ทำมาจากโลหะ มีให้เลือก สอง สีคือสีทอง และสีเงิน
แบบสีใส เหมือนสีฟัน ทำมาจาก เซรามิก แบบเซรามิกจะมีราคาแพงกว่าชนิดที่เป็นโลหะ และสีของเครื่องมือจะไม่เปลี่ยน ตลอดอายุการใช้งาน ชนิดที่ทำมาจากพลาสติก ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าเซรามิก แต่มีข้อเสียคือ สีของเครื่องมือจะเปลี่ยนสี หรือคล้ำลงไปเมื่อเวลาผ่านไป และเครื่องมือยังแตกหักได้ง่ายกว่า


ดัดฟันบางนา : ดัดฟัน จัดฟัน มีกี่แบบ อะไรบ้าง มาเรียนรู้กัน คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟันบางนา/

12
อื่นๆ / วิธีเลือกคอนโดให้เหมาะกับเรา
« เมื่อ: ธันวาคม 05, 2018, 10:28:38 PM »
จะดีกว่าไหมคะ? หากเปลี่ยนค่าเช่าห้องในแต่ละเดือนมาเป็นค่าผ่อนชำระค่าคอนโดแทน นอกจากจะได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์แล้ว ไม่ต้องเสียเงินเปล่ากับการเช่าห้องอีกต่อไป ใครกำลังมีแผนจะซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า ลองมาดูข้อควรพิจารณากันก่อนดีกว่าค่ะ

จะซื้อคอนโดหรือซื้อรถก่อนดีนะ? นี่อาจเป็นคำถามแรกๆ ที่ต้องเจอบ่อยๆ สำหรับคนในวัยทำงาน หรือวัยหนุ่มสาว หลายๆ คนอยากมีสินทรัพย์ของเป็นของตัวเอง อยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีพื้นที่ของสวนสาธารณะในโครงการ ไม่อยากเดินทางไกล แต่เลือกที่จะอาศัยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อประหยัดเวลาการเดิน และค่าใช้จ่าย หรืออยากมีเงินสักก้อนเพื่อสร้างครอบครัว การเริ่มต้นชีวิตของบางคนก็ต้องอาศัยเช่าห้องพักในแต่ละเดือน แต่เมื่อคุณพร้อมที่จะขยับขยายการเช่าห้องแบบเดิมๆ มาซื้อคอนโด ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง และที่สำคัญคุณยังได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน ไม่ต้องเสียดายจ่ายเงินค่าเช่าห้องอีกต่อไป

ปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตของวงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดการแข่งขันด้านการลงทุนสร้างคอนโดอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในเขตเมือง จากการสำรวจสถิติโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดที่เปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2560 มีจำนวน 31 โครงการ เพิ่มขึ้นเป็น 58.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทิศทางการเติบโตด้านการลงทุนเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้เจ้าของโครงการรายเดิมและรายใหม่ ต่างเร่งนำเสนอรูปแบบ นวัตกรรมการออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยทำงาน หนุ่มสาวที่กำลังมองหาโครงการดีๆ อย่าง คอนโดติดรถไฟฟ้า ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

หากคุณคิดว่าการลงทุนซื้อคอนโดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ลองไปสำรวจกันเลยค่ะว่า คอนโดแบบไหนที่ใช่และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด หรือสำหรับใครที่มีตัวเลือกในใจแล้วแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ลองสำรวจตัวเองไปพร้อมๆ กันค่ะว่า ข้อ (ควร) คิดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนซื้อคอนโดนั้นมีอะไรบ้าง จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม คอนโดที่คุณกำลังจะซื้อนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณ และเป็นสินทรัพย์ที่คุณจะได้ครอบครอง และต่อยอดในอนาคตของคุณเช่นกันนะคะ

ข้อ (ควร) คิดก่อนตัดสินใจ

1.ถามความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง

มักจะมีหลายเหตุผลสำหรับคนที่ต้องการซื้อคอนโด ว่าแท้จริงแล้วคุณซื้อเพื่อต้องการให้เป็นที่อยู่อาศัยระยะยาว เกร็งกำไรเพื่อขาย หรือปล่อยให้เช่า มาถึงตรงนี้บางคนอาจมีคำถามให้ตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม จะมีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งของคอนโดที่คุณกำลังมองหา หากซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ต้องพิจารณาถึงทำเลที่ตั้งที่ใกล้สถานที่ทำงาน แต่หากปล่อยให้เช่าหรือขาย ก็ควรเลือกโครงการที่สามารถเดินทางได้สะดวก เข้า-ออกง่าย โดยเฉพาะ คอนโดติดรถไฟฟ้า จึงกลายมาเป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจของคุณ

2.เลือกทำเลยังไงให้เหมาะกับเรา

การซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยนั้น อย่างแรกควรพิจารณาถึงทำเลที่ตั้งของโครงการ เดินทางได้อย่างสะดวก ใกล้ที่ทำงาน บางคนต้องการโครงการที่อยู่ใจกลางเมือง เนื่องจากสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ได้อย่างสะดวก ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง และปลอดภัยมากขึ้น หรือบางคนที่มีรถส่วนตัวอาจไม่จำเป็นต้องเลือกโครงการที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ต้องการโครงการที่อยู่ใกล้ทางด่วน เป็นต้น

ส่วนคนที่ต้องการซื้อคอนโดเพื่อลงทุนต่อยอดในอนาคต ก็ควรศึกษาแนวโน้มการพัฒนาและความเจริญในพื้นที่บริเวณนั้นๆ เช่น ติดตามข่าวสารว่าในอนาคตบริเวณนี้อาจมีโครงการก่อสร้างห้างสรรพสินค้า โครงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นของคอนโดในอนาคตด้วยนะคะ


วิธีเลือกคอนโดให้เหมาะกับเรา คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

13
HTC เปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลางรุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 กล้องหลังคู่ ดีไซน์สวยแบบลวดลายทูโทน ไม่มีปุ่มโฮม มีสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง


          เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 ก่อนงาน IFA 2018 จะเริ่มต้นขึ้น HTC ประกาศเปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลางซีรีส์ U รุ่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 18:9, ซีพียู Snapdragon 636, แรม 4GB, หน่วยความจำ 64GB, รองรับ microSD, กล้องหลังคู่ 16 + 5 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED flash, บอดี้ตัวเครื่องผิวเคลือบคู่แบบอะครีลิกที่มีลวดลายคล้ายโลหะ สามารถทนต่อรอยขีดข่วน และดูสวยงามแปลกตา ส่วนแบตเตอรี่รุ่นนี้มีความจุ 3,600mAh


สเปกเบื้องต้นของ HTC U12 life

          - หน้าจอ 6 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD+ (2,160 x 1,080 พิกเซล), อัตราส่วน 18:9
          - ซีพียู Snapdragon 636 Octa-Core 1.8GHz, จีพียู Adreno 509
          - แรม 4GB LPDDR4x
          - หน่วยความจำ 64GB (UFS2.1), รองรับ microSD
          - รัน Android 8.1 (Oreo) ครอบทับด้วย HTC Sense
          - รองรับ 2 ซิม
          - กล้องหลังคู่ 16 +5 ล้านพิกเซล, f/2.0, Dual LED flash
          - กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล, LED flash, f/2.0
          - มีสแกนลายนิ้วมือ
          - ขนาดตัวเครื่อง 158.5 x 75.4 x 8.3 มม., น้ำหนัก 175 กรัม
          - ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินและสีม่วง
          - รองรับ Dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac (2.4 / 5GHz) MIMO, Bluetooth 5, GPS + GLONASS, NFC, USB Type-C
          - แบตเตอรี่ 3,600mAh (5V/2A)


เปิดตัว HTC U12 life มือถือระดับกลาง กล้อง หลังคู่ ดีไซน์สวย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/ 

14
ถ้าเราขุดบ่อลงไปบริเวณแหล่งน้ำในดิน เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำในดิน และถ้าขุดบ่อลึกลงไปมาก ๆ หรือใต้ชั้นหินจนถึงระดับน้ำบาดาล เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำบาดาล

น้ำธรรมชาติที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ สัตว์ และความเจริญของพืชพันธุ์ ได้แก่ น้ำบนผิวดิน ในแต่ละวัน คนเราต้องใช้น้ำจำนวนมากทั้งในด้านการอุปโภค บริโภค การประกอบอาชีพ เช่น การประมง เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องช่วยกันรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้ให้สะอาดอยู่เสมอ หากปล่อยให้มีสิ่งสกปรก เช่น ขยะ หรือน้ำทิ้ง ลงปะปนอยู่ในน้ำธรรมชาติ ก็จะทำให้แหล่งน้ำนั้นกลายเป็นน้ำเสียในภายหลัง เมื่อแหล่งน้ำดีกลายเป็นน้ำเสีย ก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคน พืช และสัตว์ ไม่เฉพาะแต่พื้นที่เดียวเท่านั้น อาจขยายบริเวณภยันตรายกว้างไกลออกไปทั้งชุมชนละแวกนั้น ๆ ได้

คุณประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำคือ อาชีพทางน้ำ
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทั้งในด้านการอุปโภคและบริโภค

สาเหตุที่จะทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ กลายเป็นน้ำเสีย กล่าวโดยสรุปได้แก่

1. สิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน

ที่อยู่อาศัยของชนที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนเป็นย่านที่อยู่อาศัย และย่านการค้าขาย ในอาณาบริเวณดังกล่าวนี้ ย่อมจะมีน้ำทิ้งจากการอุปโภคและบริโภค เช่น น้ำจากการซักล้างและการทำครัว น้ำจากส้วมที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำลำคลอง น้ำทิ้งเช่นนี้จะทำให้เกิดน้ำเน่าน้ำเสียได้

2. สิ่งปฏิกูลจากการเกษตรกรรม

ในการเพาะปลูกปัจจุบันนี้ เกษตรกรใช้สารเคมีมากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งบางชนิดสลายตัวยาก สารอาจจะตกค้างอยู่ตามพืชผักผลไม้ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค และบางส่วนอาจจะกระจายอยู่ตามพื้นดิน เมื่อฝนตกน้ำฝนจะชะล้างลิ่งเหล่านี้ลงแม่น้ำลำคลอง เป็นเหตุให้กุ้ง ปลา หอย ปู และสัตว์น้ำอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงตายได้ ถ้าสัตว์น้ำได้รับสารเคมีบางชนิดในปริมาณไม่มาก ก็อาจสะสมอยู่ในตัวสัตว์ เมื่อคนจับสัตว์น้ำเหล่านี้มาทำอาหาร สารเคมีนั้นก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของคนอีกทอดหนึ่ง

บริเวณเพาะปลูกอาจมีมูลสัตว์ปนอยู่ เมื่อฝนตกหรือเมื่อใช้น้ำรดพืชผักผลไม้ น้ำก็จะชะล้างสิ่งปฏิกูล คือมูลสัตว์นี้ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ในมูลสัตว์อาจมีเชื้อโรคและพยาธิปนอยู่ เป็นเหตุให้ผู้ใช้แม่น้ำลำคลองได้รับเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลนั้นได้

3. สิ่งปฏิกูลจากการอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปใช้น้ำในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน น้ำที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องมือและพื้นที่ในโรงงาน และน้ำทิ้งจากโรงงาน จะเป็นน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง บางโรงงานอาจมีวัสดุเหลือจากผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบางประเภทปนไปกับน้ำทิ้งทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่า ส่งกลิ่นเหม็น มีสารพิษปะปนอยู่กลายเป็นมลภาวะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น


บำบัดน้ำเสีย สิ่งปฏิกูลจากโรงงานอุตสาหกรรม คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

15
อื่นๆ / ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2018, 09:34:30 PM »
ค๊อกคาเทล อีกหนึ่งสายพันธุ์นกที่จะทำให้คนรักนกต้องตกหลุมรัก ด้วยความฉลาด น่ารัก และมีสัญลักษณ์สีส้มที่แก้มทั้ง 2 ข้าง เหมือนเขินอายอยู่ตลอดเวลา และยังชอบร้องเพลงอีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความสวยงามของนกสายพันธุ์ต่างๆ เจ้านกที่เราจะกำลังจะแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้านกที่ว่านี้ก็คือ นกค๊อกคาเทล นกที่มีสัญลักษณ์ตรงแก้มเป็นสีส้มทั้งสองข้าง เหมือนมีอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเจ้านกค๊อกคาเทลนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

ค๊อกคาเทล เป็นนกแก้วสายพันธุ์เล็ก ซึ่งเจ้านกสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่หงอนถิ่นกำเนิดของมันอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบเสียงโหวกเหวก ถ้าเป็นนกตัวผู้จะชอบร้องเพลง หากเราฝึกดีๆ โดยการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ให้เขาฟังจนชิน บางตัวก็ถึงกับร้องเพลงได้เลยทีเดียวนะ แต่เสียงอาจจะไม่ชัดเจนเหมือนนกแก้วชนิดอื่นเท่าไรนัก ความสามารถนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเจ้านกค๊อกคาเทลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง รวมถึงเจ้านกพันธุ์นี้ยังเชื่อฟังง่าย และชอบให้เจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กับมัน เช่น ลูบหัวมันเบาๆ และหากอยากจะเลี้ยงจริงๆ ให้เลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกนกนะคะ เพราะถ้าเราสอนหรือฝึกอะไรให้เขา เขาจะทำตามอย่างเชื่อฟังมากกว่านกที่โตแล้วนั่นเองค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้านกค๊อกคาเทลที่คนเลี้ยงไว้ในบ้านนั้นจะมีแก้มสีส้ม-แดง หากเป็นแก้มสีเหลืองนั้นก็ออกจะหายากสักหน่อย บางท่านที่ซื้อพ่อพันธ์แม่พันธ์มาแบบอิมพอร์ต ราคาจะตกอยู่ราวๆ หลักหมื่นต่อหนึ่งตัว และขอแนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดนะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ และโรคไข้หวัดนกด้วยจ้า

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเจ้าค๊อกคาเทล

1. นกชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี

2. เป็นนกที่ไม่ชอบส่งเสียงดัง แต่ชอบการร้องเพลงเป็นทำนองเมโลดี้

3. มีขนาดเล็ก น่ารัก ควรเลี้ยงในกรงขนาด 2 ฟุต เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับนก 1-2 ตัว

4. หากเป็นนกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ จะรับรู้ได้เลยว่าเจ้านกน้อยมีความอ่อนโยน และเชื่องมากๆ

5. นกชนิดนี้ค่อนข้างต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และมีความอดทนค่อนข้างสูง ถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นหากนกที่คุณเลี้ยงอยู่มีอาการแปลกไปจากเดิม คุณควรพามันไปหาสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านนกโดยด่วนค่ะ

อาหารสำหรับค๊อกคาเทล

ในส่วนการให้อาหารของเจ้านกนั้นจะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ กลุ่มอาหารหลักที่เป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และผลไม้ต่างๆ อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น แครอท โดยการหั่นเป็นลูกเต๋าผสมกับเมล็ดพืชให้นกกิน แต่ควรให้ในช่วงบ่ายนะคะ เพราะยังมีกลุ่มอาหารอีกจำพวกคือประเภทผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ที่ควรให้ในช่วงเช้า ส่วนน้ำควรเปลี่ยนทุกวันเพื่อความสะอาด และเราจะได้ล้างสิ่งสกปรกที่ตกลงไปในถ้วยน้ำด้วยค่ะ


ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 28