ผู้เขียน หัวข้อ: ถั่วขาวกับประโยชน์ในการลดน้ำหนัก  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 19, 2017, 02:12:11 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ประโยชน์ / สรรพคุณของถั่วขาว
ถั่วขาว มีคุณค่าทางโภชนาการอาหารที่จำเป็น เช่น คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เเละมีกากและเส้นใยอาหารและมีสารช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟ่า-อะไมเลส เเละทำให้ลดการสะสมแป้งในร่างกาย การใช้ประโยชน์ของถั่วขาว ได้ถูกนำมาแปรรูปทางด้านอุตสาหกรรมและอาหารพร้อมบริโภคต่างๆ หลากหลาย เช่น ถั่วขาวในกาแฟและโกโก้ ซุปครีมถั่วขาว ถั่วขาวผสมคอลลาเจน ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ หรือจะเป็นเมล็ดแห้งก็พบเช่นกัน
จากการวิเคราะห์ cooked bean ในประเทศกัวเตมาลา พบว่า มีโปรตีน 24.9 % ไขมัน 0.7% และเส้นใย 2.8%  คุณสมบัติที่นิยมและโดดเด่นที่สุดสำหรับถั่วขาวสกัด คือการเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ถั่วขาวขึ้นชื่อว่าเป็น ตัวบล็อคแป้ง (Starch Blocker) มีจุดเด่นในการช่วยให้ร่างกายลดการดูดซึมสารอาหารลักษณะแป้งได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เเละจึงส่งผลให้แป้งถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและถูกเก็บเป็นไขมันน้อยลง  เเละเมื่อร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากแป้งส่วนหนึ่ง ทำให้ขาดพลังงานได้ ร่างกายจึงเข้าไปดึงไขมันที่สะสมอยู่มาเผาผลาญเปลี่ยนเป็นพลังงานแทน จึงทำให้ไขมันสะสมในร่างกายของเราลดน้อยลงนั่นเอง
ธรรมชาติของร่ายกาย เมื่อทานอาหารจากพวก แป้ง,ข้าว เข้าไป ร่างกายจะหลั่งสารL-amylaseมาย่อย Carbohydrate ให้เป็นหน่วยโมเลกุลเล็ก ๆ คือ น้ำตาล Glucose จากนั้นร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลGlucose ให้เป็นพลังงาน (Energy) เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมของร่างกายหากกินแป้งมากกินไปเสมือนหนึ่งมีน้ำตาล Glucose มากเกินความต้องการของร่างกาย น้ำตาล Glucose ส่วนเกิน จะไปเป็นไขมัน สะสมใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายต่อไป ไขมันสะสมทำให้เราอ้วน  และน้ำหนักมากเกินไป
 
White kidney bean หรือสารสกัดจากถั่วขาว ทำหน้าที่ ยับยั้งการทำงานของ เอนไซม์ L-amylase ได้ถึงกว่า 50% ซึ่ง นั่นหมายความว่า หากเรารับประทานอาหารจำพวกแป้งเข้าไป 1 จาน แต่ร่างกายเพียงสามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็น Glucose และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนต่อไปเป็นไขมัน ได้เพียงครึ่งจานเท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งจานจะอยู่ในรูป Carbohydrate ที่ไม่ดูดซึม แล้วขับถ่ายออกมาในรูปของเส้นใย (Fiber) แทน
 
 
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ฟื้นฟูในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน ช่วยระบบขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก เนื่องจากในถั่วขาวมีใยอาหารในลักษณะมาก เเละถั่วขาวอุดมไปด้วยโปรตีนที่มีคุณสมบัติช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เเละช่วยฟื้นฟูเซลล์และอวัยวะที่เสื่อมสภาพ
 

ถิ่นกำเนิด ของถั่วขาว
ถั่วขาว (White Kidneys Beans) เป็นถั่วที่ชาว แอชเทกส์ (Aztecs) นำเข้ามาเพาะในอเมริกากลางลักษณะคล้ายกับถั่วฝักยาว และ ถั่วบอร์ลอตติ (Borlotti bean) มีต้นกำเนิดในพื้นที่สูง ในแถบประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา หลังการ วิจัยทวีปอเมริกาได้กระจายเข้าสู่ทวีปยุโรปและทวีปอื่นๆต้องการอากาศหนาวเย็นในช่วงการเจริญเติบโต ส่วนในประเทศไทยมีการปลูก ถั่วขาวในพื้นที่โครงการหลวง ได้แก่ พันธุ์ปางตะ 2 ที่สามารถปลูก ได้ดีและให้ผลผลิตสูง
ลักษณะทั่วไปถั่วขาว
ถั่วขาวมีชนิดทางพฤกษศาสตร์เหมือนถั่วแดงหลวง และถั่วแขก กล่าวคือ เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวทรงต้นเป็นพุ่มเตี้ย และทอดยอดเป็นบางพันธุ์ ใบเป็นชุดประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ ลักษณะของใบย่อยอาจกว้างหรือแคบขึ้นอยู่กับพันธุ์มีระบบรากแก้วหยั่งลึกลงดิน ดอกออกเป็นช่อ มีชนิดเช่นเดียวกับดอกถั่วทั่วๆ ไป โดยธรรมชาติเป็นพืชผสมตัวเอง ภายหลังการผสมพันธุ์ฝักจะเจริญออกมายาว ฝักอาจกลมหรือแบนประกอบด้วยเมล็ดหลายเมล็ด เมล็ดมีสีขาว คุณสมบัติกลมมีขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วแดงหลวง ถั่วขาวมีจำนวนโครโมโซม 22 โครโมโซม(2n=2x=22) เท่ากันกับถั่วแดงหลวงและถั่วแขก
ถั่วขาวในประเทศไทยจัดเป็นพืชที่นำเข้าจากต่างประเทศตามต้นกำเนิดของพืช ความเหมาะสมของพื้นที่ที่ใช้เพาะในประเทศไทยจึงอยู่ในเขตบนที่สูงที่มีอากาศเย็นที่ระดับความสูงประมาณ 800 - 1,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิในช่วงการเจริญเติบโตควรอยู่ระหว่าง18.3 - 23.9 องศาเซลเซียส อากาศร้อนกว่า 24 องศาเซลเซียส ชนิดทำให้การผสมเกสรไม่ดีดอกร่วง อากาศเย็นและชื้น ฝนชุกก็จะทำให้การเติบโตไม่ดี และไม่ทนต่อการเกิดน้ำค้างแข็ง
การขยายพันธุ์ของถั่วขาว
การปลูกถั่วขาว ดินที่ปลูกควรมีความอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำได้ดีไม่เป็นกรดจัด ดินที่ใช้เพาะปลูกได้ผลผลิตดีควรมีระดับความเป็นกรด (pH) 6.5 - 6.8 ระยะเพาะปลูกระหว่างหลุม และระหว่างแถวควรจะอยู่ประมาณ25×50 เซนติเมตร ใช้เมล็ดพันธุ์ดีประมาณ 10 กก.ไร่โดยหยอดหลุมละ 4 - 5 เมล็ด
โครงการค้นคว้าและพัฒนาถั่วที่สูง มูลนิธิโครงการหลวงได้นำถั่วขาวมาพัฒนาและค้นคว้าพันธุ์ที่เหมาะสมในการเพาะพันธ์บนที่สูง เพื่อทดแทนการเพาะปลูกฝิ่น โดยทดลองเพาะพันธ์สถานีเกษตรหลวงปางดะและศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวระหว่างปี 2541 – 2547  พันธุ์ถั่วขาวที่วิจัยได้แก่ พันธุ์ปางดะ 1 ปางดะ 2 ปางดะ 3 และ ปางดะ 4 จากการค้นหา พบว่า ผลผลิตเฉลี่ยของทั้ง 5 ฤดูเพาะปลูกของถั่วขาวแต่ละพันธุ์แตกต่างกันระหว่างพันธุ์ ถั่วขาวพันธุ์ปางดะ 1 ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 238.6 กิโลกรัมต่อไร่รองลงมาคือสายพันธุ์ปางดะ 2 ปางดะ 4 และปางดะ 3แต่ละพันธุ์มีอายุเก็บเกี่ยวเฉลี่ยทั้ง 5 ฤดูปลูก 67-82 วันโดยที่พันธุ์ปางดะ 4 มีอายุเก็บเกี่ยวนานที่สุด รองลงมาได้แก่พันธุ์ปางดะ 1 2 และ3 แต่ในปัจจุบันพันธุ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะคือ ปางดะ 2 และฤดูปลูกที่เหมาะสมอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนธันวาคม
สารสกัดที่ได้จากการสกัดเมล็ดถั่วขาว
การนำเมล็ดถั่วขาวมาสกัดด้วยน้ำพบสาร ฟาซิโอลามิน(Phaseolamin) ในส่วนของโปรตีน ที่สามารถช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แอลฟา-อะไมเลส(alpha-amylase) ซึ่งมีหน้าที่ย่อยแป้งดิบและแป้งสุกที่ลำไส้เล็ก และทำให้อาหารประเภทแป้งที่เราบริโภคเข้าไปไม่เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาลทั้งหมด  โดยสารฟาซิโอลามินในถั่วขาว เเละมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาบถึง 66% แป้งที่เรารับประทานเข้าไปจึงไม่ถูกดูดซึมสู่ร่างกายทั้งหมด การสะสมของไขมันที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปของน้ำตาลจึงลดลงด้วย เเละเมื่อร่างกายได้รับพลังงานลดลงจึงดึงเอาไขมันเก่าที่สะสมไว้มาเผาผลาญทำให้ไขมันในร่างกายลดลงด้วย

Tags : ถั่วขาว,ประโยชน์ถั่วขาว,สารสกัดจากถั่วขาว