ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำขนมปัง มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหาร  (อ่าน 20 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 18, 2019, 01:06:33 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1607
    • ดูรายละเอียด

เรียนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันสดใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหารญี่ปุ่น   เรียนทำขนมปัง ขนมไทย, ขนมปัง, เรียนทำเบเกอรี่ เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะอะไรธุรกิจร้านขนมปังถึงน่าลงทุน
สามารถทำผู้เดียวได้ เนื่องจากถ้าเราเริ่ม จากการรับขนมจากที่อื่นมาขาย นั้นก็ไม่จำเป็นต้องว่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งผู้เดียวก็สามารถดูแลร้านได้เอง ทั้งผอง ไม่ต้องลงทุนสำหรับเพื่อการว่าจ้างผู้รับจ้าง และก็วุ่นวายกับคนเป็นจำนวนมากมาย
-ปัจจุบันนี้ ร้านขนมปัง นั้น เข้ากับ Lifestyle ของคนรุ่นหลัง เนื่องจากว่าคนรุ่นหลังนิยม ไปนั่งตามร้านค้าของหวาน เพื่อพัก นั่งคุย สนทนากับเพื่อนฝูง หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านของหวานแบบเต็มแบบ ก็เลยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ และก็ทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างแน่แท้
-ความนิยมชมชอบเบเกอรี่ ของคนสมัยใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกรับประทานเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง ผู้คนจำนวนมากคงเคยทราบคำว่า “กองทัพจะต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในเวลาเร่งด่วน ไม่สามารถที่จะหาที่นั่งกินอาหารได้ การกินของหวานที่ซื้อข้างทาง จะช่วยทำให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่จะคุณจะทำธุระเสร็จ แล้วก็ไปกินอาหารมื้อใหญ่ถัดไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจใดๆก็ตามก็จำเป็นจะต้องมีการเตรียมให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ร่วมลงทุนจำต้องพิจารณาถึงความพร้อมเพรียงก่อนการลงทุน ซึ่งอาทิเช่น
เงินลงทุน
สำคัญเป็นอันดับที่หนึ่งก็เพราะว่าเงินลงทุนคือปัจจัยหลักที่จะช่วยทำให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนที่จะมีการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมนาๆประการตามลักษณะของธุรกิจว่าอยากได้ให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็ต้องวิเคราะห์รวมทั้งไตร่ตรองตามกำลังของตัวอง เนื่องจากว่าด้วยทั่วๆไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นหนักไปที่สิ่งของปกรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นเงินลงทุนคงที่ รวมทั้งจะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในเวลาไม่นาน โดยเหตุนั้นควรเลือกใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้จะราคาแพงแต่เชื่อมั่นได้ถึงคุณภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าต้นทุนเปลี่ยนแปร ดังเช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายที่เปลี่ยนแปลงได้ ถือว่าเหล่านี้เป็นเงินทุนที่ผู้ลงทุนเองจำเป็นต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินทุนสามารถหมุนเวียนได้อย่างไม่ขัดข้อง
-วิชาความรู้ความชำนิชำนาญ
จำเป็นจะต้องสำหรับคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมากมาย ด้วยเหตุว่าควรจะเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้แล้วก็วัตถุดิบทุกอย่างในการทำเบเกอรี่ ควรจะทำความเข้าใจว่าแป้งมีกี่ชนิด น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณลักษณะเช่นไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละชนิดเพื่ออะไร นอกเหนือจากนี้ยังจะต้องฝึกหัดและก็ชำนาญสำหรับในการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมประสิทธิภาพและก็รสได้ เพื่อให้ขนมที่ผลิตมีคุณภาพแล้วก็รสที่เหมือนกัน
ทุกวันนี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรีมากมายก่ายกอง พวกเราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามอยาก ทั้งสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่สนใจได้ ซึ่งส่วนมากเขาเรียนเพียงแค่หลักสูตรเดียวก็สามารถนำมาปรับใช้และทำขายได้ในทันที รวมถึงการเรียนสูตรและก็การทำจากเพื่อนฝูงหรือพี่น้อง ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยค่าครองชีพสำหรับการเข้าเรียนกับสถานศึกษาสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-ศึกษาตลาดและก็คู่ต่อสู้
ผู้ผลิตควรศึกษาเรียนรู้ถึงสภาวะการตลาดเพื่อแนวทางการทำความเข้าใจสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกิจของพวกเรา ควรศึกษาเรียนรู้ว่ากาตลาดเบเกอรี่ในช่วงนั้นๆเป็นยังไง มีกลุ่มคู่แข่งจำนวนราวๆกี่ราย รวมทั้งแต่ละรายมีข้อเด่นข้อเสียอะไรบ้าง รวมทั้งเราต้องหาคุณลักษณะเด่นของเรา และปรับวิธีการเพื่อสู้กับคู่ต่อสู้ให้ได้ การ มองหา ร้านค้าสำหรับฝากขายมีความสำคัญมากมายสำหรับในการที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวไปด้านหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นสมควรสนใจเป็นร้านค้าที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนไหวของจำนวนลูกค้าและก็เวียนผลิตภัณฑ์ตลอดวัน และก็ทางร้านมีแนวโน้มที่จะช่วยพรีเซ็นท์สินค้าของเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อรอส่งกลับคืนอย่างเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่สมควรอีกทั้งเรื่องราคาและก็คุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะวิธีการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่แพงถูกกว่าซื้อตามห้างสรรพสินค้าทั่วๆไป แล้วก็ยังคงได้เครื่องใช้ไม้สอยในการทำเบเกอรี่อย่างสมบูรณ์
รูปแบบของธุรกิจร้านขนมปัง อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นมาขาย
Bakery แบรนด์ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านขนมปัง ลักษณะนี้ เราจะมองเห็นคนนำของหวานแบรนด์ HOME มาเดินขายจากที่ต่างๆหรือตั้งโต๊ะขายก็ตาม รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่เริ่มต้นง่าย เพียงแค่ไปรับของหวาน รวมทั้งนำมาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบขนม ไม่ต้องเปลืองแรงทำ และของหวานที่ขายอร่อยแน่นอน
- ทำของหวานขายเอง
แม้คุณมีเงินทุนเพิ่มมากขึ้นมาหน่อย และเคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นใจในความสามารถ ธุรกิจร้านเบเกอรี่ชนิดนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะว่าพวกเราไม่ต้องไปรับขนม มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าขนมที่พวกเราทำเองอย่างแน่แท้ แม้กระนั้นก็ต้องทดลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินลงทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือไม่
- ร้านขนมปังพร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบอย่าง
ถ้าเกิดไม่ต้องการที่จะอยากขายเพียงแค่ Bakery สิ่งเดียว แล้วก็รู้สึกว่าขนมที่สร้างขึ้นมา มีดีกว่าเพียงแค่จะเป็นร้านค้าทั่วไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบได้เลย เพราะเหตุว่าราคาของหวานจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีเป้าหมาย ให้เป็นจุดสำหรับเพื่อนัดพบ สำหรับคนที่มาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งเข้ากับ Lifestyle ของคนสมัยใหม่ด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กโอรีโอ้
ปาร์ตี้ปีใหม่ทั้งทีต้องมีคัพเค้กหลากหลายให้เลือกหน่อย อย่างคัพเค้กโอรีโอ้ก็เหมาะทำเอาใจเด็ก ๆ เนรมิตคัพเค้กเป็นหน้ามิกกี้เม้าส์ ตกแต่งด้วยไอซิ่งที่ทำจากครีมโอรีโอ้ด้วย ว้าว… ผู้ใหญ่อย่างเรายังอยากกินบ้างเลยล่ะ
ส่วนผสม คัพเค้กโอรีโอ้
- แป้งเค้กสำเร็จรูป 500 กรัม
 - แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
 - น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
 - เกลือป่น 1 ช้อนชา
 - ไข่ขาว 4 ฟอง
 - น้ำเปล่า 1+1/3 ถ้วย
 - น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
 - ซาวร์ครีม 1 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนผสม ครีมชีสฟรอสติ้งไอซิ่ง
- เนยจืด 1 ถ้วย
 - ครีมชีส 1 ถ้วย
 - น้ำตาลไอซิ่ง 8 ถ้วย
 - ครีมจากโอรีโอ้ 10-15 ชิ้น
 - เฮฟวี่ครีม 4 ช้อนโต๊ะ
 - กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
 - โอรีโอ้ (หักครึ่ง) 24 ชิ้น
 - โอรีโอ้บด 5-10 ชิ้น (เอาครีมออก)
วิธีทำคัพเค้กโอรีโอ้
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
 2. ทำคัพเค้กโดยผสมแป้งเค้กสำเร็จรูป แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือป่นเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
 3. ตีไข่ขาว น้ำเปล่า และกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกันประมาณ 10 วินาที ใส่ส่วนผสมแป้งลงไปตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากัน ใส่ซาวร์ครีมลงไปตีจนเข้าด้วยกัน
 4. เรียงพิมพ์มัฟฟินบนถาดรองอบ หยอดส่วนผสมคัพเค้กประมาณ 3/4 ของถ้วย นำเข้าไปอบประมาณ 25 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็น แกะออกจากพิมพ์มัฟฟิน เตรียมไว้
 5. ทำไอซิ่งโดยตีเนยจืดและครีมชีสเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไปตีให้เข้ากัน ใส่ครีมโอรีโอ้ เฮฟวี่ครีม และกลิ่นวานิลลาลงไปตีให้เข้ากัน นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก ตกแต่งด้วยโอรีโอ้หักครึ่ง โรยโอรีโอ้บดลงไปให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ


เค้กช็อกโกแลต สูตรไร้แป้ง
สำหรับคนกลัวอ้วนมาลองทำเค้กช็อกโกแลตสูตรไร้แป้งสูตรนี้กัน อร่อยกับดาร์กช็อกโกแลตเน้น ๆ อบจนสุกก็จับแต่งหน้าด้วยไอซิ่งกับราสป์เบอร์รี
ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง
• ไข่ไก่ 8 ฟอง (แช่เย็น)
 • ดาร์กช็อกโกแลตสับ 2 ถ้วย
 • เนยจืด 1 ถ้วย
 • น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)
 • ราสป์เบอร์รี (ตกแต่ง)
วิธีทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
 2. ปูกระดาษรองอบลงในพิมพ์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว ห่อพิมพ์ด้านนอกด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ เตรียมไว้
 3. ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงประมาณ 5 นาที พักไว้
 4. ใส่ดาร์กช็อกโกแลตกับเนยจืดลงในชามทนความร้อนนำไปทำละลายบนปากหม้อต้มน้ำเดือด หรือนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที แล้วนำออกมาคนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่ที่ตีไว้แล้วลงไปคนผสมให้เข้ากัน
 5. นำส่วนผสมเค้กเทใส่ลงในพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบเนียน จับวางลงไปในหม้อที่ไซส์ใหญ่กว่า เทน้ำต้มเดือดลงไปด้านข้างพิมพ์ประมาณ 1/2 ส่วน นำเข้าไปอบที่อุณหภูมิ 140 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 22-25 นาที เสร็จแล้วเอาเค้กออกมาพักไว้ให้เย็น นำเข้าไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟโรยไอซิ่ง ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รี

 
 
ที่มาที่ไปของขนมสีสันสดใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ของหวานรูปวงกลมสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีชีวิตชีวาสดใส ใส่ไส้กึ่งกลาง ชวนให้น่าอร่อย กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้วก็พบเจอกันได้ล้นหลามตามห้าง ร้านขนมปัง หรือในโฮเต็ลประเทศไทยในเวลานี้
 คนไหนจะทราบบ้างว่าต้นกำเนิดที่จริงจริงของขนมหวานทรงกลมสีสันแจ่มใสที่น่ากินนี้เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวทีแรกในปี คริสต์ศักราช 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานมงคลสมรสของเธอกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีถัดมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มต้นเป็นของหวานที่ทำขึ้นมาง่ายๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลและก็ไข่ขาวเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่มีราคาไม่แพงและมีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis และชาวประเทศฝรั่งเศสใช้กินเพื่อประทังชีวิตในยุคสินค้าต่างๆมีราคาแพง
จนกระทั่งตอนต้นศตวรรษที่ 20 เค้าหน้าของ มาการองหรือมาการูน ก็แปรไปเป็นของหวานที่มีชีวิตชีวาบาดตา และนำมาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านขนมปังมีชื่อเสียงในฝรั่งเศส
การทำมาการองคร่าวๆคือ การผสมไข่ขาว น้ำตาลทราย รวมทั้งอัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดกระทั่งเป็นผงคล้ายแป้ง เรียกส่วนประกอบนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก และถูกตากทิ้งเอาไว้ครู่หนึ่งแล้วจากนั้นจึงค่อยนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้สอดไว้กึ่งกลาง
 แนวทางการทำมาการองต้นตำรับ แตกต่างตั้งแต่แนวทางจัดแจงเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในตอนนี้ วิธีการทำมาการองแบบต้นตำรับนั้นจำเป็นต้องใช้วิธีตระเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือค่อยๆตีไปเรื่อยซึ่งเป็นวิธีเริ่มแรกที่คนฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา ร้านมาการองที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบันของฝรั่งเศสก็ยังใช้แนวทางดั้งเดิมนี้อยู่ แต่ว่าในเวลานี้คนจำนวนมากไม่มีใครทำแล้ว เพราะเหตุว่าวิธีทำยุ่งยากกว่าแนวทางต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะมีผลให้ผิวของมาการองแตกต่าง แล้วก็แบบดั้งเดิมจำเป็นต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิปกติอย่างต่ำ 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ในช่วงเวลาที่วิธีต้มน้ำตาล ทิ้งไว้เพียง 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองปัจจุบันนิยมต้มน้ำตาลทรายที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นแล้วก็คงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบสวย แต่ว่าไม่มีความนิ่มเท่ากับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งต้องอาศัยความชำนิชำนาญ
การทำมาการองเจ้าตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้จับตัวได้ฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสข้างนอกจะกรอบบางๆกัดหน่อยนึงจะเจอความนุ่มของเนื้อเชลล์แทบละลายในปากผสมกลมกลืนไปกับรสของไส้
คุณสมบัติเฉพาะของมาการองอีกจุด คือ "ชายกลอุบายประเทศฝรั่งเศส (skirt)" เป็นส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งมีสาเหตุจากส่วนผสมแล้วก็การอบที่เหมาะสม ถ้าหากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะแปลงเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

ที่มา : http://www.annann201.com/

Tags :  เค้ก,เรียนทำอาหารญี่ปุ่น,เรียนทำอาหาร