ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 วิธีพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 21, 2018, 04:57:58 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9151
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แม้กระนั้นหากพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่มิได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพแย่ รวมทั้งปัญหาในตนเองผสมกันไป ด้วยเหตุนี้ พวกเราก็เลยจึงควรมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับสำรวจคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำเป็น 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. พิจารณาความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถด้วยตัวเองได้ และควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องด้วยสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงรวมทั้งความอ่อนแตกต่างกัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะยิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ไม่ยากสาย audio cableที่ดีที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกให้ขาด ถ้าหากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบวัสดุที่ใช้ทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองเหลือง รวมทั้งอลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าแทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจะต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าหากไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจตราการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ รวมทั้งถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ จะต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุผลดังกล่าวในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับในการแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหละหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะเสียบกับเครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจำต้องรอประคับประคองไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวแทงมีความยาวมากเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะมีผลให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้ว่าจะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินความจำเป็นจนถึงเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. วิเคราะห์แบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสพังเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา