ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการแข่งขันอีกเพียง 9 นัดเท่านั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดู 2018/19  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 21, 2019, 12:10:12 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1252
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เหตุการณ์ปัจจุบันทั้ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วก็ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำคะแนนได้เท่ากันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นสิ่งสำคัญในการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งสองสมาพันธ์ยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้พวกเราจะมาวิเคราะห์ให้มองกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ ทีมไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์วัว รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกที่เอาไว้ใส่แขนกัปตันนำกองทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูล่าสุด ด้วยความมุ่งหวังจะเป็นผู้ยกถาดแชมป์ลีกในปีนี้แล้วก็หยุดสถิติแชมป์ตลอด 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูและทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัด

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มจำเป็นต้องออกมาบอกว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้แห่งถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาเป็นนักเตะที่ทีมห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาด เมื่อนับตามสถิติแล้ว ถ้าเกิดกัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงไปในสนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยพอดี 2.3 คะแนนและก็ยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แต่ว่าหากไม่มีเงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 และ1.75 เป็นลำดับ

นับได้ว่ารอยส์คือผู้ผลิตความต่างอย่างแท้จริงแล้วก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกครั้งภายหลังที่เคยทำเป็นครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยชายหนุ่ม
ไม่ได้ซึ่งก็คือควักเงินในกระเป๋าชำระเงินนะ แม้กระนั้นหมายถึงการส่งบอลให้เพื่อนพ้องทำประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีกาและหากนับทั้งยังท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงลีโอเนล เมสซีเพียงแค่นั้นที่ทำทางให้เพื่อนได้มากกว่าเขา นอกเหนือจากนั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทุกทาง
หากแม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แต่ก็ยังครองสถิติเป็นกลุ่มที่มีผู้เล่นยิงประตูได้มากที่สุดเป็น 18 คนจาก 22 แม่ทัพที่ฝ่าศึกในช่วงฤดูกาลนี้ มีเพียงแค่ เออเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้เฝ้าประตูทั้งสองคนคือ โรมัน เบือร์กี้ รวมทั้ง มาร์วิน ฮิตซ์ ที่ยังทำคะแนนไม่ได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่นานัปการโดยมีผู้กระทำประตูตัวหลักของทีมดังเช่นว่าสามประสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) รวมทั้ง ซานโช (8 ประตู) ในขณะที่บาเยิร์นมีเพียงแต่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ผู้เดียวเท่านั้นที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนๆดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่รุนแรงในยุคของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองครอบครองแชมป์ลีกได้เสร็จในปี 2011 รวมทั้ง 2012 ในเวลานี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนคลับได้อีกรอบ

ขณะนี้พวกเขาทำคะแนนได้มากกว่าสมัยครองแชมป์ลีกครั้งปัจจุบันอยู่ 1 คะแนน (ข้างหลังแมตช์เดย์ที่ 25) และก็กรรมวิธีเล่นสไตล์บุกอย่างดุเดือดก็ดูราวกับว่าตอนนั้นไม่มีผิด แถมยังทำประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากยิ่งกว่าในยุคของคล็อปป์ซะด้วยซ้ำ อีกเรื่องที่น่าดึงดูดก็คือในฤดูกาล2010/11 หลังจากผ่านไป 24 นัด ดอร์ทมุนด์แพ้เพียงแค่ 2 นัดเท่ากับในช่วงฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันแจ่มกระจ่างและก็ฉายแววแชมป์จริงๆ

5) วัตถุประสงค์เดียว
หลังจากตกรอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก รวมทั้งเดเอฟเบ โพค้างล เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงรายการเดียวเท่านั้น จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าลูกทีมของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการแย่งชิงแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่นอน ต่างกับบาเยิร์นที่เพิ่งจะตกรอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักเตะกำลังเหนื่อยรวมทั้งเสียขวัญพลังใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพค้างลให้ไปจุดโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ต่อนี้ไปมาดู 5 ข้อของข้างคุ้มครองป้องกันแชมป์กันบ้าง…

1) ความตั้งใจจริงของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” แล้วก็ “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
ขณะที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในกลุ่มเดี๋ยวนี้เอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แต่ฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงคนเดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! รวมทั้งเขาขมักเขม้นอยากสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตนเองให้ได้เพื่อทำสถิติครองแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดชั่วกัลปวสานแซงหน้าตำนานนักเตะกลุ่มเสือใต้ทั้งยัง 4 คนเป็น โอลิเวอร์ ติดอยู่ห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชเหล้าองุ่นชไตเกอร์ รวมทั้งเมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขาตั้งใจจริงคว้าแชมป์ลีกยุคที่ 8 ให้กับตนเองเช่นเดียวกัน

ลองนับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักเตะบาเยิร์นชุดเดี๋ยวนี้กันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 ยุค เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ติเตียนเนซ มานูเอล นอยเออร์ ราฟินญ่า รวมทั้ง เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 สมัย รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญนับว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปอย่างยิ่งจริงๆ..

2) ฟอร์มเข้าที่
ว่ากันว่าการแข่งบอลลีกก็เสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ข้างหลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แม้กระนั้นก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มหลังผ่านครึ่งฤดูกาลแรกไป รวมทั้งแล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้เสร็จ เมื่อทำผลงานดีที่สุดชนะถึง 7 จาก 8 เกมล่าสุด (แพ้นัดหมายเดียว)

ในระหว่างที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียง 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) จนกระทั่งทำให้พลพรรคเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นหัวหน้าฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก ในขณะนี้คงจะกล่าวได้ว่าบาเยิร์นติดเครื่องเต็มกำลังจนกระทั่งขุนศึกดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีแห่งศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้อาจเป็นการวินิจฉัยชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นไปได้ โดยดอร์ทมุนด์ต้องยกกองทัพไปเยี่ยมถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 ถึงแม้ในฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขารู้จักยังอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วล่ะก็... พลพรรคเสือใต้คงเล่นด้วยความดุดันกว่าธรรมดาอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักสำหรับการมาเยี่ยมประเทศบาวาเรีย พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดหมายล่าสุดที่มาเยือนนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียงแต่3 ลูกเท่านั้น ถ้าเกิดไม่นับผลงานในยุคของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่อาจจะเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยสำหรับเพื่อการเจอกันทั้งปวง 18 ครั้ง ศึกครั้งนี้บางทีอาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในช่วงฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่สังสรรค์การทำประตูด้วยแนวทางการทำเครื่องหมาย X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” หัวหน้าดาวซัลโวสูงสุดคนตอนนี้เป็นตัวแปรตัวสำคัญสำหรับในการได้แชมป์ของบาเยิร์น ฤดูนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู และก็พึ่งทำสถิติเป็นนักเตะต่างประเทศที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดนิรันดร (197 ประตู)

กัปตันกลุ่มชาติโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องรับประกันความสำเร็จของบาเยิร์น เขาสามารถยิงประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยทำให้บาเยิร์นเอาชนะคู่ปรับได้ถึง 75 นัด เสมอ 5 นัดหมายและแพ้เพียงนัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัดหมาย เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่...

5) นิเก๋ โควัช
ความคาดหมายที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่ไม่เบา พวกเขาไม่อยากเป็นที่สอง “แชมป์แค่นั้น” คือวัตถุประสงค์ของเทรนเนอร์ป้ายแดงแห่งถ้ำเสือใต้ แม้จะเริ่มได้อย่างทุลักทุเล

แม้กระนั้นสมัยก่อนเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตและกลุ่มชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับเท่าเทียมในกลุ่มเจริญขึ้นเรื่อยเขาใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียง 23 ปี นอกจากนี้ยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจในการครองแชมป์ของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่ต่อสู้แบบขาดลอยซึ่งมีให้มองเห็นในหลายๆนัดหมายก่อนหน้านี้ แม้กระนั้นเป็นการเน้นย้ำผลจากการแข่งขันในเกมที่ใกล้เคียงชี้ชะตากันด้วยประตูหลักๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาตัวรอดได้เสมอ ในช่วงเวลาที่ดอร์ทมุนด์เองกลับพลาดท่าทำคะแนนตกไปหลายต่อบ่อยมาก สิ่งนี้เองที่สร้างความต่างให้กับทีมแชมป์และก็รองแชมป์ และก็นี่บางครั้งก็อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการฉลองแชมป์ลีก 7 ยุคต่อเนื่องกันของพลพรรคบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ หลังหมดฤดูกาลสุดสนุกในเดือนพฤษภาคมนี้ก็เป็นได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alexis-brill

เครดิต : http://alexis-brill.com

Tags : http://alexis-brill.com